สังคมในปัจจุบัน

ความก้าวหน้าการพัฒนาคนในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไวมาก บางคนก็อาจจะล้าหลัง เพราะไม่ได้อัพเดทสถานะการณ์ต่างๆ เนื่องจากในสังคมปัจจุบัน มีการพัฒนาอยู่สม่ำเสมอๆ เรื่อยๆ 

อยู่อย่างไรให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5

          สิ่งที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทยในตอนนี้คือปัญหาค่าฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กที่เราเรียกชื่อว่าค่า PM 2.5 ซึ่งตอนนี้มองไปทางไหนก็มีแต่หมอกของฝุ่นผงเหล่านี้เต็มไปหมด อากาศที่สูดเข้าเราสามารถรับรู้ได้เลยว่าอากาศไม่สดชื่น การออกไปยื่นนอกบ้านเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าตอนนี้ไม่สามารถทำได้เลย ผู้คนที่กลัวการสูดฝุ่น PM 2.5 ต่างก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ค่อยออกไปไหน

เด็กๆก็จะถูกผู้ใหญ่สั่งห้ามไม่ให้ออกนอกบ้านเพราะไม่ต้องการให้สูดฝุ่นพิษนี้เข้าไป ออกไปข้างนอกก็ต้องหาหน้ากาก N95 ใส่ก่อนถึงจะปลอดภัย ตามโรงเรียนต่างๆประกาศงดกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ มีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันในการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้กันอยู่ทุกวัน

แต่ระดับความเข้มข้นของฝุ่นละอองยังไม่เคยลดลงเลย และเท่าที่ติดตามข่าวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ ที่เป็นแบบนี้เพราะทุกคนยังไม่ตะหนักถึงอันตรายต่อฝุ่นละอองนี้กันอย่างจริงจัง เราจึงยังคงเห็นรถบนท้องถนนยังคงปล่อยควันดำออกมา ยังคงเห็นการเผาหญ้า เผาป่าตามต่างจังหวัดอยู่สองข้างฝั่งถนนอยู่ทุกวัน

ซึ่งจากที่ได้ติดตามข่าว จากที่เราเคยเชื่อกันว่าหากอยู่ในบ้าน เราจะปลอดภัยจากฝุ่นPM 2.5นี้ ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าในบ้านของเราก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน เพราะฝุ่นละอองพวกนี้ยังคงแทรกซึมเข้ามาในบ้านเราได้ ตอนนี้วิธีทีจะปลอดภัยจากค่าฝุ่น PM 2.5 มากที่สุดคือการใส่หน้ากากอนามัย N95 ตลอดเวลาและหากอยู่ในอาคารบ้านเรือนต้องปิดบ้านให้มิดชิดห้ามให้ลมพัดเข้ามาในบ้านรวมถึงต้องติดเครื่องฟอกอากาศ

จะสามารถช่วยเราได้ นี่คือสิ่งที่เราทำเพื่อตัวเองได้เบื้องต้นในตอนนี้ที่จะสามารถปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 แต่หากต้องการให้ปลอดภัยในระยะยาวเราต้องช่วยกันกำจัดฝุ่นละอองเหล่านี้ให้หมดไปด้วยกันไม่จุดไฟเผาป่า ไม่เผาขยะ และขับรถที่ไม่ปล่อยควันดำออกมา หยุดการก่อสร้างเอาไว้ก่อนเพื่อให้ฝุ่นค่อยสลายไปก่อน

เพราะตอนนี้ไปที่ไหนก็เจอแต่ฝุ่นผงนี้ อย่างที่มีคนโพสต์เฟสระบายถึงความอึดอัดกับฝุ่นนี้ เพราะเขาลงทุนพาคนในครอบครัวหนีปัญหาฝุ่นPM 2.5 ไปไกลถึงเขาใหญ่ดินแดนที่ต้นไม้ร่มรื่นอากาศบริสุทธิ์แต่กลับต้องไปเจอปัญหาการจุดไฟเผาป่าตลอดสองข้างทาง รวมถึงข้างที่พักทีเขาคิดว่าจะปลอดภัยจากฝุ่นเหล่านี้ก็ยังมีควันไฟลอยมาให้สูดกลิ่นได้ตลอด

จนเขาต้องกลับมากรุงเทพแล้วใช้เครื่องฟอกอากาศแทนการเดินทางหลบไปต่างจังหวัดเพราะไปที่ไหนก็ไม่สามารถหลบฝุ่นละอองเหล่านี้ได้ หากพวกเรายังคงเผาป่าอยู่แบบนี้ 

 

สนับสนุนโดย  SA gaming สมัคร

ในหนึ่งวันคุณทำงานกี่ชั่วโมงกันแน่

         โดยปกติแล้วในหนึ่งวันเราจะทำงานกันคนละ8ชั่วโมง แต่เราเชื่อว่าไม่มีสักคนหรอกที่ทำงานให้กับบริษัทจนครบเวลา 8 ชั่วโมงนั้น ทุกคนต้องมีเวลาที่แอบอู้ไปทำนู้นทำนี่กันบ้าง แล้วอะไรหล่ะที่คุณแอบทำกันในเวลางาน มาสำรวจตัวเองดูบ้างสิว่าคุณได้แอบทำพฤติกรรมในสิ่งที่เราบอกเหล่านี้ไหม (มันต้องโดนกันบ้างล่ะงานนี้)

        1.ส่องเฟซ 15 นาที แทนที่จะเอาเวลามาเช็คเมลล์งานของบริษัท เปิด Google Chrome ได้อย่างแรกที่กดเข้าไปดูก็คือเฟซบุ๊คส์ ส่องดูคนนั้นส่องดูคนนี้ไม่พอ บางคนนี่โพสต์ลงของตัวก็มี ส่วนใหญ่จะอวดว่างานยุ่งงานเยอะแต่ถามจริงๆเถอะถ้างานเยอะจริงมีเวลามาเล่นเฟสเนอะ

       2.ไปนั่งขี้ 30 นาที เรื่องการเข้าห้องน้ำจริงๆก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับบางคนก็ไม่ธรรมดามีอย่างที่ไหนถามว่าทำไมไปเข้าห้องน้ำนานจัง มันบอกนั่งขี้อยู่ นี่ที่ทำงานนะไม่ใช่ที่บ้านจะมาเข้าห้องน้ำนานขนาดนั้นไม่ได้ 30 นาทีที่มันเข้าไปนานอ่ะไม่ใช่อะไร มันแอบเอาโทรศัพท์เข้าไปเล่นในห้องน้ำด้วยไงมันถึงนาน

      3.จัดโต๊ะทำงาน 10 นาที  ทำเหมือนรักความสะอาดแต่ป่าวหรอก มันยืนเก็บยืนเรียงของบนโต๊ะอยู่นั่นแหละ เบียดบังเวลาทำงานได้อีก ไม่รู้จะจัดไปถึงไหนพื้นที่โต๊ะทำงานก็มีอยู่นิดเดียว

      4.ถ่ายเอกสาร 15 นาที  ถ้าทำจริงๆมันไม่ถ่ายกันนานขนาดนั้นหรอก ยกเว้นแต่ว่ามันอู้ไง อ้อยอิ่งค่อยๆทำอยู่นั้นแหละ ยืนที่เครื่องถ่ายใครเดินผ่านไปผ่านมาก็เรียกคุยหมดทุกคน แล้วเมื่อไรมันจะเสร็จ

     5.แวะคุยเม้าท์มอยแผนกอื่น 15 นาที เวลาต้องไปส่งงานต่อให้กับอีกแผนกอื่น หรือถ้าจะลุกไปเข้าห้องน้ำ มันแวะคุยก่อนจะไปทำธุระ ถ้านับจริงๆมันน่าจะเกิน15นาทีด้วยซ้ำ

      6.นั่งโง่ๆ 30 นาที (หรือบางทีอาจจะทั้งวัน) อันนี้เห็นบ่อยหันไปมองทีไรก็นั่งเฉยๆมีงานแต่ไม่ทำ ไม่ต้องบอกว่านั่งโง่ๆหรอก เพราะจริงแล้วบางคนจะนั่งจะยืนหรือแม้แต่นอนก็โง่ว่าป่ะ

     7.ชงกาแฟแวะคุยกับแม่บ้าน 15 นาที  กาแฟเค้าให้กินก่อนเข้าทำงาน แต่บางคนมันก็ชอบกินระหว่างงาน ลุกไปชงกาแฟกดน้ำร้อนในครัวทีไร มันหายไปเลยกลับมาอีกทีนึกว่ามันกินหมดไปแล้วที่แท้มันจะเพิ่งชงเสร็จ

     8.ส่ง LINE คุยกับแฟนและคนนอกที่ทำงาน 10 นาที อันนี้เป็นกันทุกคน เข้าใจว่าทุกคนจะต้องมีเรื่องที่ต้องคุยกับคนทางบ้าน แต่ไม่ใช่ว่าต้องคุยกันตลอดเวลาว่าไหม คือถ้ามีเรื่องก็คุยแต่อย่าให้มันถึงขนาดคาสายกันเลยเกรงใจผู้ร่วมงานคนอื่นๆเค้าบางเค้ารำคาญ

     9.คุยเรื่องหวย 10 นาที (แต่บางทีก็คุยทั้งวัน) มีจริงๆในห้องทำงาน มันคุยกันทั้งวัน เริ่มตั้งแต่แปดโมงเช้า แทนที่จะตั้งใจทำงานมันนั่งล็อกหวยกัน บางทีคุยงานด้วยมันยังไม่สนใจประมาณว่าคุยเรื่องหวยกันอยู่ให้รอมันคุยเสร็จก่อน ทำอะไรไม่ได้หรอกเพราะหัวหน้าเราก็คุยหวยกับพวกมัน ทำได้อย่างเดียวคือทำใจ

        ถ้าคุณอ่านจบแล้วดันไปตรงกับพฤติกรรมที่คุณแอบทำ 1-3  ข้อ ถือว่าคุณยังโอเคอยู่ ไม่ได้เอาเปรียบองค์กรหรือบริษัทฯอะไรมากมาย แต่ถ้าทั้งหมดที่บอกไปมันตรงกับที่คุณทำทุกข้อ ขอให้คุณรับรู้ไว้เลยว่าคุณเป็นบุคคลที่บริษัทฯควรจะไล่ออกได้แล้ว บางคนทำงานไม่เก่งยังแอบเบียดบังเวลาทำงานไปทำอย่างอื่น ถ้าคุณยังเป็นคนที่มีจิตใต้สำนึกที่ดี รู้แบบนี้แล้วคุณควรจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเลิกทำพฤติกรรมแย่ๆเหล่านั้นซะนะ

 

 

สนับสนุนโดย    Sexy Gaming

ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ในปัจจุบันนี้ทุกคนคงจะเห็นได้ว่าสภาพแวดล้อมในบ้านของเรานั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเพราะเมื่อมีประชากรเยอะขึ้นการใช้ยานพาหนะก็จะมากขึ้น

และควันจากรถยนต์ก็จะเพิ่มมากขึ้นจึงเกิดมลภาวะต่างๆในอากาศจนไปทำลายสภาพแวดล้อมที่ดีๆของบ้านเรานอกจากนั้นจะมีตามแม่น้ำลำคลองอีกที่ถูกโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน้ำเสียที่เกิดจากการทำสารเคมีต่างๆในโรงงานและไปมายังลำคลองจึงเกิดมลพิษในน้ำทำให้น้ำเน่าเสียและดำแถมยังเป็นแหล่งก่อเชื้อโรคและยุงอีกต่างหาก

เมื่อลมพีดมาจะตีกลิ่นน้ำเน่าเสียขึ้นมาลอยอยู่ในอากาศซึ่งเป็นเสียต่อประชากรมี่อยู่อาศัยอย่างมากเพราะว่าจะทำให้มีผลเสียต่อร่างกายและสภาพแวดล้อมรอบด้านอากาศบริสุทธิ์ก็จะถูกทำลายไปด้วยฉะนั้นเราควรดูแลให้ดีๆนอกจากนั้นเมื่อมีประชากรเยอะแหล่งอุตสาหกรรมก็จะเพิ่มขึ้นและจะชอบปล่อยควันพิษออกมาทางอากาศเมื่อมีแหล่งอุตสาหกรรมมากๆควันต่างๆจะรวมตัวกันเป็นฝุ่นลอยไปอยู่ในอากาศหรือเรียกกันว่า PM2.5 เกิดจากการรวมตัวของก๊าซ

หรือควันจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆซึ่งมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในสังคมปัจจุบันอย่างมากรวมถึงประชากรที่อยู่อาศัยด้วยจะเกิดผลกระทบที่ได้รับมาจากฝุ่นหรือควันและอากาศที่เป็นพิษในอากาศได้และอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้สภาพแวดล้อมเสียหรือเปลี่ยนแปลงไปนั่นคือควันไฟจากการเผาไหม้ของขยะหรือไฟป่าควัน

พวกนี้จะพัดพาไปอย่างง่ายดายและกระจาตัวกันอยู่ตามอากาศและจะปกคลุมอากาศที่บริสุทธิ์จะมีแต่อากาศที่เป็นมลพิษแทนรวมถึงสิ่งก่อสร้างอาคารต่างๆที่ทำมีฝุ่นฟุ้งถนนหนทางถ้าทำอย่างนั้นควรติดป้ายประกาศไว้ก่อนแต่เนิ่นๆเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและความผิดพลาดได้แต่อย่างไรเราก็ได้รับผลเสียจากสิ่งเหล่านี้อยู่นี้ฉะนั้นเราควรหาวิธีที่จะป้องกันตัวเองออกจากปัญหาเห่านี้ให้ดีเพราะอากาศที่บริสุทธิ์ก็ถูกฝุ่นทำลายไปแล้วและยังส่งผลเสียตามการเดินทางผ่านยานพาหนะด้วยเพราะด้วยวุ่นที่มีจำนวนมากจึงจะกลายเป็นควันดำลอยขึ้นมาทำให้เรามองไม่ค่อยชัดเจนแต่อย่างไรการเซฟตัวเองดีที่สุด

เพราะเราไม่สามารถหลีกเลี้ยงสิ่งเหล่านี้ได้อยู่แล้วดังนั้นการดูแลตัวเองเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วเพราะในแต่ละวันเราจะต้องเจอมลภาวะอะไรบ้างดังนั้นการดูแลเอาใจใส่ตัวเองเป็นสิ่งที่ควรทำและเป็นผลดีที่เกิดขึ้นกับตัวเรามากที่สุดแล้วฉะนั้นอย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นอีกหนึ่งช่องทางด้วยเพื่อสุขภาพร่างกายของเราที่ดีควรบำรุงรักษาตัวเองให้พ้นจากมลภาวะหรืออากาศที่เป็นพิษเพราะว่ามันสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้หลายอย่างทั้งมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sexybaccarat

ลูกชายแทงพ่อเลี้ยงดับ

      เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ภูหลวงของจังหวัดเลย ได้รับจากว่ามีเหตุฆ่ากันตาย จึงได้รับไปทำการตรวจสอบ พบว่าคนที่แจ้งเหตุคือคนที่ลงมือทำร้ายคนเสียชีวิตเอง ซึ่งชายคนดังกล่าวได้ให้การกับตำรวจว่าตนเองออกไปทำธุระข้างนอกมาและกลับเข้ามาบ้านในช่วงกลางดึกประมาณตี 2 กว่าๆซึ่งเมื่อกลับมาถึงบ้านพบว่าแม่กำลังถูกสามีใหม่ ทำร้ายทั้งทุบทั้งที จนแม่ได้รับบาดเจ็บเมื่อตนเห็น

ดังนั้นจึงทนไม่ได้จึงได้พยายามที่จะเข้าไปช่วยแม่ แต่ด้วยความโกรธมาก ตนจึงบันดาลโทสะนำอาวุธปืนมายิงพ่อเลี้ยงที่กลางหัวไปหนึ่งนัด และเมื่อพ่อเลี้ยงล้มลงตนเองก็เอามีดที่พกติดตัวอยู่ออกมาแทงเข้าไปอีกรอบ ทำให้พ่อเลี้ยงถึงแก่ความตาย เมื่อเห็นดังนั้นตนเองจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาในที่เกิดเหตุ พร้อมยืนรอมอบตัวกับตำรวจ

           สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัวซึ่งเหตุการณ์แรกมีผลทำให้เกิดเหตุการณ์ที่สองจนมานำถึงการสูญเสียชีวิต โดยหากสามีใหม่ของแม่ ไม่ทะเลาะตบตีกับแม่ เหตุการณ์เหล่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้นปัญหาความรุนแรงที่สามีทำชอบต่อภรรยามีมานานมากแล้วและถึงแม้จะมีการออกกฎหมายมาคุ้มครองเกี่ยวกับการทำรุนแรงในครอบครัว

ก็ไม่ได้ทำให้คดีแบบนี้ลดลงเลย เพราะส่วนใหญ่มองว่าการตบตีกันในครอบครัวอีกฝ่ายมักไม่แจ้งความดำเนินคดีเพราะตีกันเสร็จก็กลับมาดีกัน วันรุ่งขึ้นก็ตบตีกันใหม่ วนเวียนอย่างนี้เรื่อยไป หากอีกฝ่ายทนได้ก็ทนเป็นที่ระบายให้เขาซ้อมไป แต่เหตุการณ์นี้เมื่อมีลูกเข้ามาเกี่ยวข้องในเหตุการณ์คงไม่มีลูกคนไหนที่จะทนได้ที่จะเห็นแม่ของตัวเองถูกทำร้ายแน่นอน

ถ้ามองแบบนี้แสดงว่าแม่อาจจะเคยถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายมาหลายครั้งแล้ว จนลูกชายทนเห็นแม่โดนแบบเดิมๆไม่ไหว จึงได้เข้าช่วยเหลือและทำร้ายพ่อเลี้ยงจนเสียชีวิต

        สำหรับผู้หญิงเราหากอยู่กับคู่ชีวิตแล้วต้องมาเป็นที่รองรับอารมณ์ รองมือรองเท้าของสามีก็ไม่เห็นต้องทนอยู่ด้วยกัน เพราะตัวเองก็สามารถมีชีวิตเป็นของตัวเอง ทำมาหากินเองได้โดยที่ไม่ต้องพึงพาสามีอยู่แล้ว ทำไม่ต้องทนเจ็บตัวอยู่ทุกวันด้วย อยากให้ผู้หญิงทุกคนดูเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ ตอนนี้โลกเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไปแล้ว ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องพึงพาผู้ชายให้หาเลี้ยงเพราะทุกวันนี้ผู้หญิงบางคนยังต้องเป็นคนหาเลี้ยงฝ่ายชายเองด้วยซ้ำ หากแม่คนนี้รักตัวเองมากพอแล้วเลิกกับสามีใหม่ไปซะตั้งแต่แรก ลูกชายคงไม่ต้องมาติดคุกเพราะช่วยแม่แบบนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

บังคับให้นักเรียนใส่ซองกฐินคนละ 499 บาท

        จากกรณีที่มีกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ได้ออกมาร้องเรียนผ่านเพจ อหิงสา ข่าวคนภูเวียง ถึงเรื่องราวที่เด็กนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งถูกบังคับแจกซองกฐินเพื่อให้ร่วมกันทำบุญ แต่มีเงื่อนไขในการทำบุญว่าแต่ละคนจะต้องทำบุญเป็นเงิน499 บาทซึ่งหากใครไม่ใส่ซองตามจำนวนนี้ก็จะมีการทวงถามเพื่อให้ได้เงินจนครบจำนวน

ซึ่งผู้ปกครองได้ร้องเรียนมาว่า นักเรียนที่โรงเรียนนี้ส่วนใหญ่ผู้ปกครองมีอาชีพแบบหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้ร่ำรวยดังนั้นการกำหนดว่าต้องทำบุญใส่ซองถึง 499 บาทเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งซึ่งเคยมีผู้ปกครองคนหนึ่งใส่ไป 200 บาททางผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกไปพบพร้อมทั้งบอกว่าให้ใส่มาให้ครบ 499 บาทไม่อย่างนั้นจะตามไปทวงถึงบ้าน หรือหากใครไม่พอใจก็ให้ลาออกไปได้เลย

ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เพราะหลายคนมองว่าการทำบุญควรจะทำด้วยใจ ไม่ควรมาบังคับกันใครมีมากก็ทำมาก ใครมีน้อยก็ทำน้อย ซึ่งเมื่อข่าวนี้มีการเผยแพร่ออกไป ทางสำนักงานเขตการศึกษาได้เรียก ผอ. โรงเรียนมาให้คำชี้แจง ซึ่งทาง ผอ. บอกว่าไม่ได้มีการบังคับว่าจะต้องทำบุญ 499 บาท

แต่บอกให้นักเรียนไปหัดออมเงินมา และเมื่อครบ 40 วันก็เอาเงินมาใส่ซองกฐิน ซึ่งเป็นการสอนให้เด็กหัดออมเงินให้เป็นนิสัยเท่านั้น ส่วนเงินที่ได้จากการทำบุญของเด็กทางโรงเรียนจะนำไปสมทบทุนในการสร้างโดมในโรงเรียนเพราะใกล้จะมีการฉลองครบรอบ 50 ปี ทางสมาคมสิทธ์เก่าจึงประสานงานกับทางโรงเรียนเพื่อทำการจัดสร้างโดมเพื่อทำเป็นอนุสรณ์ให้กับโรงเรียน 

ซึ่งหลังจากที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้มีการพูดคุยกับทางผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว จึงขอให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนยุติการเรี่ยรายเงินทอดกฐินในครั้งนี้ และขอให้ยุติการจะสร้างโดมออกไปก่อน และหากทางสมาคมศิษย์เก่ามีทุนมากพอที่จะสร้างเมื่อไหร่ค่อยกลับมาสร้างอีกครั้งภายหลัง

            ทางสมาคมศิษย์เก่าอยากได้หน้าได้ตา ว่ามีการรวมเงินกันมาสร้างโดมให้กับโรงเรียน แต่ไม่มีการระดมเงินทุนกันมา แต่ต้องมาเรี่ยรายเด็กนักเรียนที่ยังต้องเรียนหนังสืออยู่เพื่อเอาเงินไปสร้างโดมแทน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม เพราะการทำบุญหรือการที่สมาคมอะไรก็แล้วแต่อยากจะก่อสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมา

คุณควรจะมีเงินทุนเสียก่อน หากเด็กนักเรียนมีใจรักที่จะช่วยเงินในการก่อสร้างก็ให้เขาช่วยตามกำลังศรัทธาไม่ใช่มามีกำหนดบังคับว่าต้องทำบุญเท่าไหร่ เพราะด้วยเศรษฐกิจในตอนนี้ก็ยังไม่ดี พ่อแม่ของเด็กบางคนไม่ได้มีเงินมากนักที่จะมาเสียกับเรื่องแบบนี้ 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sa gaming สูตร

แนะนำขั้นตอนการปฐมพยาบาลคนโดนยิง

จากบทเรียนโจรปล้นร้านทอง แนะนำขั้นตอนการปฐมพยาบาลคนโดนยิง เลิกเป็นไทยมุงมาเป็นคนช่วยชีวิตแทน

              จากเหตุการณ์ที่มีโจรปล้นร้านทองและมีคนถูกยิงจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ยังคงสร้างความเศร้าโศกให้กับทุกคนทั้งประเทศกันอยู่รวมถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย แต่จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ได้มี เฟสบุ๊กจากเจ้าที่ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน  ออกมาเขียนข้อความเพื่อให้ความรู้กับคนในโซเชียวผ่านทางเฟสบุ๊กถึงเรื่องของการช่วยเหลือคนถูกยิงเบื้องต้น

ก่อนระหว่างที่รอรถพยาบาลมารับตัวคนบาดเจ็บซึ่งอาจจะทำให้เราสามารถช่วยเหลือชีวิตคนที่ถูกยิงได้ด้วย หากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก แทนที่เราจะปล่อยเวลารอแพทย์อยู่เฉยๆ เฝ้ามองคนที่บาดเจ็บกำลังเสียเลือดและกำลังจะตาย เราสามารถเปลี่ยนตัวเองมาเป็นคนช่วยชีวิตคนอื่นได้แทน ด้วยการทำการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเบื้องต้นก่อนเผื่อว่าผู้บาดเจ็บจะได้มีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดได้มากขึ้น

ซึ่งสิ่งแรกที่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องทำก็คือ นึกถึงความเป็นปลอดของตัวเองเอาไว้ก่อน เมื่อใดก็ตามที่เราได้ยินเสียงปืน เราควรที่จะหมอบกับพื้นให้ต่ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และอย่าลืมมองหาต้นทางของเสียงปืนด้วยมาว่าจากทางไหนแล้วให้รีบคลานต่ำไปที่ที่จะสามารถบังตัวเราจากลูกกระสุนได้ พยายามมองหาอะไรที่เป็นเหล็กแข็งๆ

กำบังอย่าไปหลังประตู หรือกระจกเพราะกระสุนมันยิ่งผ่านทะลุได้ และเมื่อเราไม่ได้ยินเสียงปืนแล้วให้มองหาว่ามีคนร้ายอยู่แถวนั้นหรือไม่ ถ้าไม่มีลองมองหาคนที่บาดเจ็บจากการถูกยิง ถ้าไม่มีให้เราซ่อนตัวไว้ก่อนสักครู่ค่อยออกมาแต่ถ้ามีคนบาดเจ็บให้รีบลากตัวคนที่บาดเจ็บเข้ามาหลบในที่ที่มีสิ่งกำบังด้วย ซึ่งหากคนบาดเจ็บมีเลือดออกเสียเลือดมากให้รีบพยายามห้ามเลือด

พยายามหาผ้าที่สะอาดกดทับไว้ที่บาดแผลให้เลือดหยุดไหลให้เร็วมากที่สุดและถ้าผ้าชุ่มไปด้วยเลือดแล้วก็ให้หาผ้าผืนใหม่กดไปอีกจนกว่าเลือดจะหยุดและหากคนที่บาดเจ็บมีอาวุธอยู่กับตัว ซึ่งอาจจะเป็นทหารหรือตำรวจให้นำอาวุธออกจากตัวคนบาดเจ็บก่อนเผื่อกันพลาดมาถูกเราเข้า และหากคนเจ็บถูกยิงเป็นแผลทะลุให้หาพลาสติก

หรือะไรก็ได้มาปิดตรงแผลกันลมเข้า และพยายามหาบาดแผลจุดอื่นๆว่าคนเจ็บถูกยิงกี่ที่จะได้ห้ามเลือดได้ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยผู้บาดเจ็บได้ระดับหนึ่งในระว่างที่รอหน่วยกู้ภัยมารับตัวคนเจ็บเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ดีที่สุด 2020