สังคมในปัจจุบัน

ความก้าวหน้าการพัฒนาคนในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไวมาก บางคนก็อาจจะล้าหลัง เพราะไม่ได้อัพเดทสถานะการณ์ต่างๆ เนื่องจากในสังคมปัจจุบัน มีการพัฒนาอยู่สม่ำเสมอๆ เรื่อยๆ 

โซเชียลมีเดียไม่ใช่ปัญหา

เมื่อฉันยังเป็นเด็ก มีการพูดคุยกันอย่างจริงจังในโบสถ์ โรงเรียน และที่หน้ารัฐสภาว่าเพลงที่ฉันและเพื่อนฟังอาจเป็นซาตาน

ฉันจำได้ว่าแม่ของเพื่อนฉันทำให้เขาทิ้งเทปเมทัลลิกาทั้งหมดของเขา ฉันจำได้ว่าซ่อนป้ายเตือนผู้ปกครองเมื่อขอให้แม่ซื้ออัลบั้ม Pantera ใหม่ ฉันยังคงเห็นพ่อของฉันทำลายซีดี Bone Thugs-N-Harmony ของฉันครึ่งหนึ่งเมื่อเขารู้ว่าพวกเขาทิ้ง F-Bombs มากกว่า Nixon ในกัมพูชา เมื่อถึงวัยหนุ่มสาว ผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนจากดนตรีแนวรุกและเริ่มตีโพยตีพายกับพลังคอร์รัปชั่นของวิดีโอเกมที่มีความรุนแรง

การสังหารหมู่โคลัมไบน์ในปี 2542 ถือเป็นเรื่องสูงสุดเกี่ยวกับความบันเทิงที่รุนแรง ย้อนกลับไปในสมัยนั้น  โซเชียลมีเดียไม่ใช่ปัญหา   การกราดยิงในโรงเรียนยังคงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก และเป็นการเหมาะสมที่จะอธิบายการกระทำที่เข้าใจยากด้วยรูปแบบใหม่ของความบันเทิงที่เข้าใจยาก

วันนี้ เราหัวเราะขำกับที่คาดผมโลหะของยุค 80 ปลายๆ ว่าสนุกแบบไร้เดียงสา ในขณะที่ฮิปฮอปที่น่าตกใจของยุคต้นๆ ได้พัฒนาเป็นรากฐานที่สำคัญของวัฒนธรรมสมัยใหม่ของเรา และหลังจากการศึกษาหลายร้อยครั้งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา American Psychological Association รายงานว่าพวกเขายังไม่พบหลักฐานใดๆ

ที่แสดงว่าการเล่นวิดีโอเกมกระตุ้นให้ผู้คนใช้ความรุนแรง เวลาได้แก้ไขความวิตกกังวลส่วนรวมของเราแล้ว ของใหม่กลายเป็นของเก่า สิ่งที่น่าตกใจกลายเป็นสิ่งที่คาดหวัง ทว่าวันนี้เราพบว่าตัวเองตกอยู่ภายใต้ความตื่นตระหนกทางศีลธรรม คราวนี้เกิดขึ้นกับโซเชียลมีเดีย

ผู้ร้ายคนใหม่

เครื่องดนตรีเปลี่ยนไป แต่เพลงยังคงเดิมมีสมาร์ทโฟนทำลายยุคหรือไม่ อ่านพาดหัวข่าวหนึ่งเรื่องใน The Atlantic “โซเชียลมีเดียสามารถขโมยวัยเด็ก” อ่านอีกฉบับใน Bloomberg Businessweek ผู้เขียน Jaron Lanier กล่าวในหนังสือของเขา Ten Arguments for Deleting Your Social Media Accounts Right Now ว่า “เรากำลังถูกสะกดจิต

โดยช่างเทคนิคตัวน้อยที่เรามองไม่เห็น เพื่อจุดประสงค์ที่เราไม่รู้ ตอนนี้เราทุกคนเป็นสัตว์ทดลอง” ในหนังสือขายดีของ New York Times เรื่อง Digital Minimalism ผู้เขียนผลงานและศาสตราจารย์ Cal Newport ของ Georgetown ได้ก้าวไปไกลยิ่งขึ้นไปอีก โดยประกาศว่าบริษัท Big Tech ในความเป็นจริง เกษตรกรยาสูบในเสื้อยืดขายผลิตภัณฑ์เสพติดให้กับเด็กๆ

แต่ไม่มีอะไรและไม่มีใครตีว่าท้องฟ้ากำลังตกของฮิสทีเรียเหมือนกับภาพยนตร์ Netflix เรื่องล่าสุดเรื่อง The Social Dilemma ฉันจะเรียกมันว่าสารคดียกเว้นว่าไม่มีข้อมูลใด ๆ หรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงอย่างชัดเจน แต่เรากลับใช้การจำลองคำเตือนซ้ำๆ ที่มาจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี  สล็อตยูฟ่าเว็บตรง  ซึ่งทุกคนเพียงพูดย้ำและสนับสนุนความคิดเห็นของกันและกันเป็นเวลา 94 นาที เช่นเดียวกับสุนทรพจน์ของโดนัลด์ ทรัมป์ The Social Dilemma กล่าวหาว่าทุกคนทำในสิ่งที่ตัวเองมีความผิด ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นห้องสะท้อนของผู้คนทั้งหมดที่มีมุมมองเดียวกัน

โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ Nir Eyal นักเขียนด้านเทคโนโลยีและผู้ปกป้องโซเชียลมีเดียบอกฉันว่าการสัมภาษณ์สามชั่วโมงทั้งหมดของเขาถูกละเว้นจากภาพยนตร์ เช่นเดียวกับการสัมภาษณ์ประมาณสิบวินาทีกับ Jonathan Haidt ที่สงสัยในการวิจารณ์สื่อสังคมออนไลน์อีกครั้ง

อุตสาหกรรมดนตรีเคป็อปในอเมริกา

ความสามารถในการเข้าถึงนี้เป็นค่าคงที่สำหรับแฟน ๆ ต่างชาติ  อุตสาหกรรมดนตรี  ที่แม้จะมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภาษา แต่ก็สามารถพบความคล้ายคลึงกันผ่านบุคลิกภาพ อารมณ์ขันดนตรีหรืออาหาร อุปสรรคด้านภาษากลายเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับแฟนๆ

ด้วย Google แปลภาษาและฟีเจอร์การแปลอัตโนมัติบน Youtube, VLive และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ศิลปินเคป๊อปเหล่านี้มักจะสะท้อนอย่างแรงกล้ากับ Black, Latinx, LGBTQ และโดยเฉพาะแฟน ๆ ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียอย่างมาก

เมื่อมองเข้าไปในอุตสาหกรรมดนตรีของอเมริกาแล้ว การขาดความหลากหลายนั้นปรากฏชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย นักดนตรี นักร้อง และพนักงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ในเอเชียคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 4% ในอุตสาหกรรมเพลงของอเมริกา เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือกลุ่มผิวขาวที่ 73% และกลุ่มที่ใหญ่เป็นอันดับสองคือกลุ่มคนผิวดำ

โดยมี 13% ศิลปินชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียสองสามคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคและการเลือกปฏิบัติมากมาย ศิลปินอย่าง Jay Park ที่เกิดในวอชิงตัน มักจะจบลงด้วยการย้ายไปอยู่ประเทศต่างๆ เช่น เกาหลีใต้ ซึ่งพวกเขามีแนวโน้มที่จะประกอบอาชีพมากขึ้น

สำหรับหลายๆ คน ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเคป๊อปได้กลายเป็นสัญญาณของการยอมรับหรือเป็นตัวแทนในเอเชียในอุตสาหกรรมบันเทิงของอเมริกา ด้วยเหตุนี้ศิลปินชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย เช่น ดีเจชื่อดัง Steve Aoki และกลุ่มดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ Far East Movement

ด้ต้อนรับศิลปินจากเอเชียอย่าง BTS อย่างเปิดเผย การยอมรับ “ดนตรีต่างประเทศ” ของพวกเขาช่วยลดการเหมารวมที่อยู่รอบ ๆ ศิลปินและกลุ่มเหล่านี้ การโปรโมตว่านักดนตรีเหล่านี้ไม่เพียงแค่ผ่านได้และ เจ๋งสำหรับชาวเอเชียแต่ยอมรับและหวงแหนสำหรับพรสวรรค์และการทำงานหนัก

นอกจากนี้ ศิลปินเหล่านี้หลายคนมีความกระตือรือร้นในการทำลายทัศนคติทางสังคมและเพศสภาพ สำหรับชาวอเมริกันจำนวนมาก ไอดอลชายเกาหลีนั้นเข้ากันได้ดีกับมาตรฐานความงามแบบผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับวัฒนธรรมของพวกเขา

ศิลปินชายมักจะแสดงกิจวัตรการดูแลผิว แต่งหน้า หรือแสดงความรักต่อเพื่อนผู้ชาย แม้ว่าความเป็นชายที่เป็นพิษจะมีอยู่ทั่วโลก แต่ศิลปินเหล่านี้หลายคนพยายามที่จะทำลายมันด้วยการแสดงและดนตรี สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนความเชื่อที่ว่าการนำเสนอเรื่องเพศไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ

แต่อย่างใดซึ่งพบในวัฒนธรรมเกาหลี นี่เป็นอีกหนึ่งลักษณะเฉพาะของกลุ่มเหล่านี้ที่ส่งเสริมให้ฐานแฟนคลับทุกวัยและทุกเพศมีความมั่นใจทั้งในตัวตนและรูปลักษณ์ของพวกเขา

นอกเหนือจากการมอบเพลงที่น่าจดจำและท่าเต้นที่ท้าทายให้กับแฟนเบสของพวกเขาแล้ว ศิลปินเกาหลีจำนวนมากยังกระตือรือร้นในการตอบแทนผ่านบริการอีกด้วย กลุ่ม K-pop จำนวนมากเป็นสมาชิกที่กระตือรือร้นและเป็นพันธมิตรกับองค์กรการกุศลที่มีชื่อเสียง กลุ่มที่มีชื่อเสียงเช่น EXO และ BTS เป็นที่รู้จักจากความร่วมมือและการบริจาคให้กับสหประชาชาติ การสาธิตอิทธิพลทางการเมืองของแฟนดอม K-pop ที่มีชื่อเสียง

และทรงพลังที่สุดในสหรัฐอเมริกาคือระหว่างการประท้วงเรื่อง Black Lives Matter ชาวอเมริกันรู้สึกชื่นชมและเป็นที่รักของศิลปินเกาหลีที่พวกเขาชื่นชอบสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องที่แสดงต่อประเด็นทางสังคมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานแฟน ๆ ส่วนใหญ่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet

กิจกรรมยามว่างของคนเกาหลี

กิจกรรมยามว่าง สังคมเกาหลีเป็นสังคมที่ค่อนข้างจะมีความกดดันในด้านการใช้ชีวิตค่อนข้างสูง ทำให้คนเกาหลีนั้นมักจะกากิจกรรมทำในยามว่าง เพื่อลดความเครียดและได้พักผ่อนจากการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ซึ่งกิจกรรมสำหรับคนเกาหลีนั้นก็จะมีทั้งการเน้นทำเป็นกลุ่มและทำคนเดียว

ซึ่งก็จะอยู่ที่ความชอบและลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคล เรามักจะเห็นว่าคนเกาหลีนั้นมักจะไม่ค่อยอยู่นิ่ง เขามักหากิจกรรมต่างๆทำเสมอ มาดูกันว่ากิจกรรมอะไรบ้างที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมของคนเกาหลี

กิจกรรมปิกนิกตามสวนสาธารณะ เป็นกิจกรรมยอดฮิตโดยเฉพาะในช่วงฤดูที่อากาศกำลังอบอุ่น อย่างช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือในช่วงที่ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอากาศในช่วงนั้นจะไม่หนาวเย็นมาก ทำให้ผู้คนต่างๆนั้นนิยมมานั่งปิกนิกเพื่อพักผ่อนและผ่อนคลาย

โดยส่วนใหญ่สิ่งที่นิยมทำคู่กับการปิกนิกนั้นก็คือการกินรามยอนหรือมาม่าด้วยนั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้ กิจกรรมปิกนิกยังเป็นการสร้างคอนเทนทำให้ผู้คนเกาหลีนั้นจะสนุกสนานและมีความสนุกกับกิจกรรมการปิกนิกอย่างมาก

วาดรูประบายสี เป็นกิจกรรมยอดฮิตอีกกิจกรรมหนึ่ง เพราะในประเทศเกาหลีนั้นให้ความสำคัญกับวงการศิลปะอย่างมาก

เพราะศิลปะเป็นสิ่งที่สามารถช่วยให้ระบายความเครียดและพักผ่อนสมองที่เหนื่อยล้ามาจากการทำงานและการเรียนได้เป็นอย่างดี จึงทำให้มีบริการกิจกรรมวาดรูประบบายสีจำนวนมาก โดยที่เรานั้นไม่ต้องไปซื้อของระบายสีเอง ซึ่งถ้าหากเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวก็จะมีห้องวาดรูประบายสีแบบส่วนตัวด้วย

แต่โดยส่วนใหญ่นั้นก็มักจะมีการทำเป็นกลุ่มด้วย ไม่เพียงลดความเครียดและสนเพลิดเพลินเท่านั้น กิจกรรมนี้ยังสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆและได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใหม่ๆให้กับคนที่ทำกิจกรรมนี้ด้วย

เที่ยวสวนสนุก เราจะเห็นได้ว่าเกาหลีนั้นมีสวนสนุกในประเทศหลายแห่งมาก  gclub ฝากขั้นต่ำ 20   เนื่องจากคนเกาหลีนั้นนิยมที่จะไปทำกิจกรรมที่สวนสนุก ไม่เพียงเด็กเท่านั้นที่ชื่นชอบในการไปสวนสนุก แต่คนเกาหลีส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกพักผ่อนและเพลิดเพลินกับการเล่นเครื่องเล่นหรือการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำร่วมกับเพื่อน ครอบครัวหรือคนรัก ก็มีความสนุกสนานที่แตกต่างออกไป

ร้องคาราโอเกะ ซึ่งกิจกรรมนี้มักจะเป็นกิจกรรมที่เน้นการผ่อนคลายจากความเครียด เพราะเหมือนเป็นการปลดปล่อย เรื่องราวที่คนเกาหลีนั้นต้องเผชิญ ซึ่งห้องคาราโอเกะนั้นก็มีให้บริการจำนวนมาก และกิจกรรมการร้องคาราโอเกะนั้นก็สามารถที่จะทำเป็นกิจกรรมเดี่ยว กิจกรรมคู่ หรือกิจกรรมแบบกลุ่มได้และเรามักจะเห็นอยู่บ่อยๆในการนำเสนอกิจกรรมการร้องคาราโอเกะในซีรี่ส์เกาหลีมากมายด้วย

เรื่องจริงของ Gangubai

Gangubai ภาพยนตร์อินเดียที่ได้รับความนิยมและขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของ Netflix ประเทศไทยในขณะนั้น  เรื่องจริงของ Gangubai   และกระแสที่มีการบอกต่อที่เยอะแยะมากมาย โดยเรื่องราวนั้นจะถ่ายทอดถึงหญิงสาวนามว่าคงคาและถูกชายหนุ่มคนรักหลอกมาเป็นโสเภณี เธอนั้นต้องสู้ชีวิตจนได้ขึ้นมาเป็น Gangubai ราชินรมาเฟียแห่งมุมไบ

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นมีการดัดแปลงมาจากนวนิยายที่ได้รับความนิยมเรื่องมา Mafia Queen Of Mumbai เขียนโดยอดีตนักข่าวแนวสืบสวน Hussain Zaidi ถึงแม้ว่าหนังสือและภาพยนตร์นั้นจะมีเนื้อหาและเรื่องราวที่คล้ายๆกัน แต่ก็มีบางรายละเอียดนั้นแตกต่างออกไป

เนื่องจากภาพยนตร์ก็ได้มีการเติมแต่งเรื่องราวให้น่าสนใจเพื่ออรรถรสและความเพลิดเพลินในการรับชม และมีการเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆเล็กน้อย เช่นการอ้างอิงชื่อ ก็มีการเปลี่นแปลงเพื่อไม่ให้ชื่อนั้นไปอ้างอิงถึงบุคคลจริง

Gangubai ในหนังสือได้เขียนไว้ว่าเธอนั้นได้เติบโตมาในครอบครัวที่ดีมีฐานะโดยพ่อเธอนั้นเป็นทนายและมีความเกี่ยวข้องทางด้านกระทรวงการศึกษาและมีการสนับสนุนอย่างดีในเรื่องการศึกษาสำหรับลูกสาว ถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกมากในสมัยนั้นและเธอมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนักแสดง

เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นเธอก็ได้หลงรักหนุ่มนักบัญชีที่พ่อเธอนั้นจ้างมาทำงานมีชื่อว่ารามนิต และได้พากันหนี คังคุไบได้นำเงินสดและเครื่องเพชรของครอบครัวติดมาด้วยจำนวนหนึ่ง และย้ายไปอยู่ยังเมือง จนกระทั่งเมื่อเงินขาดมือรามนิตได้บอกกับคุงคุไบให้ไปอยู่บ้านป้าของเขาแต่ความจริงแลวนั้นเขาขายคุงคุไบให้กับซ่องเพียงเงิน 500 รูปีย์เท่านั้น 

เธอนั้นโดนกักขังและทุบตีสารพัด ถึงแม้ว่าคิดอยากจะฆ่าตัวตายก็ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะมีคนจับตาตลอดเวลาเมื่อสองสัปดาห์ผ่านไป เธอก็ยอมจำนนต่อโชคชะตาของเธอและใช้ชีวิตเป็นโสเภณีนับจากนั้นและได้เปลี่ยนชื่อเป็นคังคุ

ในตอนนั้นคังคุเป็นโสเภณีที่มีชื่อและได้รับความนิยมจากผู้ชายที่เข้ามาใช้บริการและทำให้เธอได้รู้จักกับซอลการ์ด อัลบัสคาร์ด เป็นนักเลงที่ข่มขืนและซ้อมเธอถึงสองครั้งในสัปดาห์และในครั้งที่สองเธอนั้นถูกซ้อมจนถึงขั้นเข้า รพ ทำให้เธอนั้นต้องไปพบกับ คาลิม ลาลา ซึ่งในหนังได้เปลี่ยนชื่อตัวละครเป็น ฮาลิม ลาลาซึ่งเป็นมาเฟียใหญ่ที่มีตัวตนอยู่จริงและยังเป็นต้นแบบของมาเหียในหนังอินเดียอีกหลายๆเรื่องด้วย

คาลิม ลาลานั้นได้ผูกข้อมือและมีการนับถือเป็นพี่น้องกับคุงคุไบด้วย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ    ซึ่งฉากนี้นั้นก็ไม่ได้มีการแสดงในภาพยนตร์และด้วยการที่มีมาเฟียใหญ่อย่างคาลิมคอยสนับสนุนนั้นก็ทำให้เธอสามารถชนะการเลือกตั้งในเวลาต่อมาและทำให้เธอนั้นมีอำนาจมากขึ้นทำให้คังคุไบนั้นสามารถต่อสู้และเรียกร้องสิทธิของหญิงค้าบริการทำให้เธอนั้นได้รับการยอมรับและนับถือจากคนระแวกนั้น

หนุ่มจีนแอบขโมยเงินแฟนสาว ตอนหลับเจอคุก 3 ปีครึ่ง 

  หนุ่มจีนแอบขโมยเงินแฟนสาว  เมื่อวันที่ 14 เดือนธันวาคมปีพศ 2564 มีการเปิดเผยเรื่องราวสุดแปลกซึ่งเรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีนโดยมีการอ้างถึงชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่งที่เป็นแฟนกันทั้งสองคนอาศัยอยู่ในเมืองหนานหนิง  

อย่างไรก็ตามเรื่องราวสุดแบบนี้เกิดขึ้นเมื่ออยู่วันนึงหลังจากที่ทั้งคู่กลับมาจากการไปทำธุระนอกบ้าน

แล้วปรากฏว่าฝ่ายหญิงนั้นรู้สึกว่าไม่สบายคั่นเนื้อคั่นตัวฝ่ายชายจึงพยายามดูแลแฟนสาวของตนเองอย่างเต็มที่โดยการให้แฟนสาวนั้นพักผ่อนและตัวเขาเองก็ไปเตรียมอาหารพร้อมกับเตรียมยาให้กับแฟนสาวแต่ระหว่างที่มีการเตรียมอาหารนั้นเองเขาก็ได้แอบมีการใส่ยาแก้หวัดซึ่งมีส่วนผสมที่จะสามารถทำให้นอนหลับลึก

         หลังจากนั้นก็นำมาให้แฟนสาวกินซึ่งเป็นสาวหลังจากกินอาหารได้ไม่นานเธอก็รู้สึกง่วงและหลับไปทันทีอย่างไรก็ตามเรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านี้เมื่อฝ่ายชายนั้นได้นำโทรศัพท์มือถือของแฟนสาวมาพยายามปลดล็อค

เพื่อเข้าไปใช้งานโทรศัพท์มือถือเมื่อไม่ทราบรหัสผ่านจึงใช้วิธีการสแกนม่านดวงตาซึ่งเขาก็สามารถเข้าไปใช้โทรศัพท์มือถือของสาวได้และเมนูที่เขาใช้งานนั้นก็คือ Application การโอนเงิน

โดยเข้าทำการโอนเงินจากบัญชีของแฟนสาวของเขาไปยังบัญชีอื่นซึ่งเป็นจำนวนเงินสูงถึง 7แสนเกือบ 8แสนบาทเลยทีเดียว  

        หลังจากทำการโอนเงินออกจากบัญชีของแฟนสาว เสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  อย่างไรก็ตามเรื่องราวความลับนั้นไม่มีในโลก  ufabet เว็บไหนแตกดี     เพราะวันรุ่งขึ้นหลังจากที่แฟนสาวของเขาตื่นขึ้นมาปรากฏว่าทางธนาคารได้มีการส่งข้อความไปยังมือถือของแฟนสาวแจ้งเกี่ยวกับเรื่องของการโอนเงินออกจากบัญชีซึ่งตัวเธอนั้นที่เป็นเจ้าของบัญชีรู้ดีว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเธอไม่ได้มีการเอาเงินออกจากบัญชีของเธออย่างแน่นอนและที่สำคัญยอดเงินนั้นเป็นยอดที่สูงมาก

         ดังนั้นเธอจึงได้มีการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อไปแจ้งความให้ท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ติดตามหายอดเงินที่สูญหายซึมผ่านไประยะเวลาไม่นานในที่สุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถสืบทราบได้ว่าคนร้ายที่ขโมยเงินออกจากบัญชีของหญิงสาวคนดังกล่าวก็คือแฟนหนุ่มของเธอนั่นเองอย่างไรก็ตามคดีความนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงประมาณเดือนธันวาคมปีพศ2563 แล้วและพึ่งจะทำการปิดคดีได้เมื่อไม่นานมานี้

          ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมตัวชายหนุ่มพร้อมกับมีการสั่งจำคุกเป็นระยะเวลานานถึง 3 ปีครึ่งเลยทีเดียวนอกจากนี้ชายหนุ่มยังจำเป็นที่จะต้องมีการจ่ายเงินค่าปรับอีกประมาณแสนกว่าบาทอีกด้วย   ส่วนสาเหตุที่ชายหนุ่มมีการขโมยเงินแฟนของตนเองโดยที่ไม่มีการขอนั้นก็เพราะว่าเขาติดหนี้การพนันฟุตบอลและต้องการนำเงินดังกล่าวนั้นไปชำระหนี้ 

แพทย์หญิงลลิตา เตือนคนรุ่นใหม่ให้คิดให้ดีหากจะไม่รับปริญญา

      เตือนคนรุ่นใหม่ให้คิด  เมื่อวันที่ 14 เดือนมกราคมปีพศ. 2565   ได้มีนักเขียนชื่อดังคนหนึ่งออกมาโพสต์เรื่องราวถึงประเด็นร้อนแรงทางการสังคมอยู่ในตอนนี้ โดยนักเขียนคนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่าแพทย์หญิงลลิตา  ธีระสิริ   สิ่งที่คุณหมอท่านนี้ได้ออกมาโพสต์ใน Social Media นั้นก็เพราะว่าในขณะนี้ได้มีนักศึกษากลุ่มหนึ่ง

ซึ่งมีการประกาศผ่านทาง Social Media พยายามที่จะทำการรวมตัวกันรณรงค์ออกมาเรียกร้องให้นักศึกษาที่เพิ่งจะจบนั้นไม่ต้องเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

         โดยนักศึกษากลุ่มนี้พยายามเรียกร้องแสดงความคิดเห็นออกมาต่อต้านเกี่ยวกับเรื่องของการเข้ารับปริญญาหลังจบเรียบร้อยแล้ว   ซึ่งแพทย์หญิงรายนี้เธอมองว่าการที่นักศึกษาไม่เข้ารับปริญญาบัตรนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งซึ่งทางแพทย์หญิงลลิตาเองก็ได้มีการออกมาเล่าประสบการณ์ในสมัย

ที่แพทย์หญิงลลิตายังคงศึกษาอยู่และเป็นช่วงจังหวะที่จบการศึกษาพอดีวุ่นเรื่องราวก็ผ่านมา 50 ปีแล้วแต่เรื่องนี้ก็ยังสามารถเป็นเรื่องสอนใจให้กับนักศึกษาที่กำลังจบใหม่อยู่ในตอนนี้ให้พิจารณาให้ดีให้ถี่ถ้วนว่าควรจะมีการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรหรือไม่เพราะมันมีผลและส่งผลต่อการทำงานในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

       โดยแพทย์หญิง ท่านนี้ได้เล่าว่าในสมัยที่เธอและเพื่อนเรียนจบใหม่ๆและต้องเข้ารับปริญญาปรากฏว่ามีเพื่อนของเธออยู่ 2 คนที่ออกมาต่อต้านการเข้ารับปริญญา  และไม่ยินยอมที่จะรับปริญญาเด็ดขาดอย่างไรก็ตามหนึ่งในเพื่อนที่ออกมาต่อต้านนั้นปรากฏว่าถูกทางครอบครัวด่าว่าจนในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะรับปริญญาแต่ก็เป็นการตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายทำให้ต้องเจอกับปัญหาเรื่องของชุดครุยที่จะใส่ในงานรับปริญญานั้นหาได้ยากซึ่งชุดที่หามาได้นั้นก็เป็นชุดเก่าและยับยู่ยี่เป็นอย่างมาก

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผ่านไปหลายปีแล้วปรากฏว่าเพื่อนของแพทย์หญิงลลิตาก็ได้ไปเป็นอาจารย์ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้ติดต่อกันแล้วดังนั้นเธอเลยไม่รู้ว่าเพื่อนของเธอที่ตอนนี้มาเป็นอาจารย์ได้มีการสั่งสอนลูกศิษย์ของตนเองอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องของการเข้ารับปริญญาแต่สำหรับในปัจจุบันนี้แพทย์หญิงลลิตาได้มีการพูดคุยกับเพื่อนอยู่หลายคน

ซึ่งเพื่อนแต่ละคนของเธอนั้นก็เป็นเจ้าของกิจการกันซะส่วนใหญ่โดยส่วนใหญ่แล้วมีการพูดกันว่าถ้าหากว่านักศึกษาที่จบใหม่ไม่เข้ารับปริญญาไม่มีรูปภาพรับปริญญามาให้ทางบริษัทดูพวกเขาก็จะไม่รับพวกนักศึกษาเหล่านี้เขาทำงานอย่างแน่นอน

         เพราะไม่ต้องการที่จะให้กลุ่มนักศึกษากลุ่มนี้ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงมาทำงานที่บริษัทเนื่องจากว่าจะทำให้องค์กรนั้นปกครองพนักงานเหล่านี้ได้ยากแล้วบริษัทนั้นไม่อยากมีปัญหาเรื่องของพนักงานหัวแข็งตามมาภายหลังนั่นเองดังนั้นแพทย์หญิงลลิตาจึงได้มีการโพสต์เพื่อเตือนสติบรรดาเด็กรุ่นใหม่ทั้งหลายว่าให้นึกถึงอนาคตของตนเองให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป 

 

สนับสนุนโดย.    สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์