เรียนออนไลน์เหมาะกับทุกคนจริงหรือ ? 

            นับตั้งแต่กลางปีพ.ศ.2563 ที่ผ่านมาสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยนั้นมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้หน่วยงานของ สบค . ที่ดูแลการจัดการเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19  ต้องประสานงานกับ กระทรวงศึกษาธิการสั่งเลื่อนการเปิดการเรียนการสอนของโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อป้องกันเด็กนักเรียนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั่นเอง

     อย่างที่เรารู้กันดีว่าสถาบันการศึกษานั้นเป็นสถานที่ที่รวมเด็กเป็นจำนวนมากอยู่ด้วยกันและด้วยความเป็นเด็กการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  นั้นจะมีน้อยกว่าผู้ใหญ่ดังนั้นจึงเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงหากปล่อยให้เด็กไปโรงเรียนในขณะที่ยังไม่สามารถที่จะควบคุมการระบาดของไวรัสได้ทางที่ดีที่สุดกระทรวงศึกษาธิการจึงจำเป็นที่จะต้องให้โรงเรียนต่างๆเรื่องการเปิดการเรียนการสอนไปก่อนโดยหันมาใช้วิธีการเรียนผ่านระบบออนไลน์ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลก 

       อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มมีการเปิดประกาศให้มีการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ปรากฏว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้กันหนักมากแน่นอนว่าสำหรับคนที่มีเงินพอที่จะมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือระบบสมาร์ทโฟนรวมถึงมีเงินจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตนั้นสามารถที่จะดูแลบุตรหลานของตนเองได้แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มคนอีกเกือบครึ่งค่อนประเทศที่ไม่ได้มีเงินร่ำรวยเงินทองมากพอที่จะซื้ออุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ยังมีผู้ปกครองที่หาเช้ากินค่ำและกลุ่มคนที่อยู่ต่างจังหวัดที่ไฟฟ้าอาจจะยังเข้าไม่ถึงที่ต้องผจญกับปัญหาไม่สามารถที่จะเตรียมอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ให้กับบุตรหลานของตนเองได้

            ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีการแก้ไขปัญหาสถานที่ที่เน็ตเข้าไม่ถึงแต่ก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้หรือบ้านยากจนไม่มีโทรทัศน์ดูซึ่งแน่นอนว่าการเรียนออนไลน์ผ่านทางโทรทัศน์นั้นถ้าไม่มีโทรทัศน์ดูก็ไม่สามารถเรียนได้เช่นเดียวกันนี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเรียนออนไลน์ทั่วประเทศดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการเรียนออนไลน์ไม่ได้เหมาะกับประชาชนทุกคนเพราะแต่ละคนนั้นมีภาระที่แตกต่างกันออกไปและมีความสามารถในการรับผิดชอบในการซื้ออุปกรณ์ดูแลบุตรหลานของตนเองนั้นแตกต่างเช่นเดียวกัน

      จะเห็นได้ว่าตามข่าวสารที่เริ่มมีการประกาศให้เรียนออนไลน์ผู้คนต้องเก็บเงินเพื่อพาลูกหลานตนเองนั้นไปซื้อสมาร์ทโฟนในราคาที่ประหยัดอย่างต่ำก็อยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะต้องเสียค่าโทรศัพท์มือถือแล้วยังต้องเสียค่าอินเตอร์เน็ตอีกต่างหากโดยถ้าซื้อเป็นแบบรายเดือนขั้นต่ำก็อยู่ที่ประมาณเกือบ 500 กว่าบาทหรือถ้าเกิดว่าซื้ออินเทอร์เน็ตที่คู่มากับเบอร์มือถือก็จะต้องขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่เลือกเห็นได้ชัดว่าวิธีการนี้เป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนนั่นเอง 

       และนี่คือปัญหาหลักที่ทางด้านกระทรวงศึกษาธิการควรจะต้องลงมาศึกษาแนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเปิดการเรียนการสอนว่าจะสามารถทำวิธีการไหนได้บ้างที่จะทำให้นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างทั่วถึงและไม่เกิดการเหลื่อมล้ำกัน 

     

สนับสนุนโดย    เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง