หมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

ข่าวสาวใหญ่ถูกยิงเพราะคบซ้อน

          มีรายงานข่าวว่าที่อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี มีเหตุฆ่ากันตายที่บ้านพักโดยผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุ 60 ปี ได้ก่อเหตุยิงนางกมลชนก ตวงพรกนก อายุ 51 ปีเสียชีวิตที่บ้านพักของนางกมลชนกเอง ในเวลาประมาณตี 4  เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงได้พบกับพ่อเลี้ยงของผู้เสียชีวิตเล่าให้ฟังว่า ผู้เสียชีวิตถูกนายพจน์ยิง เนื่องจากนายพจน์ตามจีบนางกมลชนกและตัวนางกมลชนกก็คบกับผู้ชายอีกคนอยู่กลายเป็นคบซ้อน 3 คน

ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนายพจน์ ซึ่งทางพ่อเลี้ยงและแม่ได้เคยเตือนให้นางกมลชนกเลือกใครสักคนให้เลิกคบซ้อนเพราะกลัวจะมีเรื่องฆ่ากันตาย แต่นางกมลชนกก็ไม่เลือกใครสักคน

           พ่อเลี้ยงของนางกมลชนกเล่าว่าเมื่อคืนขณะที่นางกมลชนกทำขนมอยู่ผู้ชายอีกคนได้เข้ามาช่วย เสร็จแล้วก็กลับออกไป แต่ทางผู้ก่อเหตุที่มีที่พักอยู่ใกล้ๆนี่เห็นเข้า จึงได้มาทะเลาะกับผู้ชายอีกคน และผู้ชายคนนั้นก็ได้ขับรถออกไป ส่วนผู้ก่อเหตุและผู้ตายก็ยังทะเลาะกันอยู่ด้านหน้าบ้าน ส่วนพ่อเลี้ยงและแม่นอนหลับอยู่ในบ้าน สักพักพ่อเลี้ยงกับแม่ได้ยินเสียงตังตุ๊บแต่ไม่รู้ว่าเสียงอะไร แล้วผู้ก่อเหตุก็ตะโกนบอกว่านางกมลชนกตายแล้วให้มาดูศพ และผู้ก่อเหตุก็ขับรถหนีไป ตนจึงเดินออกมาก็เห็นร่างของนางกมลชนกนอนอยู่โดยมีผ้าห่มสีแดงคลุมไว้ ตนจึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาดู ทางด้านลูกสาวของนางกมลชนกก็ได้รับแจ้งจากผู้ก่อเหตุเช่นกันว่าได้ฆ่าแม่แล้วให้กลับมาดูแม่

             จากข่าวที่เกิดขึ้นเกิดจากกิเลสตันหาของคน เกิดจากความไม่รู้จักพอ ซึ่งถ้าอ่านข่าวจะรู้ว่าแต่ละคนอายุมากแล้ว แทบไม่ต้องแย่งกันด้วยซ้ำ สามารถคบหาเป็นเพียงเพื่อนๆกันก็ได้ ยิ่งผู้ก่อเหตุอายุตั้ง 60 ปีหากถูกจับได้แล้วต้องติดคุก จะได้ออกตอนอายุเท่าไหร่ก็ไม่รู้ อันที่จริงอายุ 60 ปีเป็นคนสูงอายุที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากแล้ว ควรมีความใจเย็นและควรคิดให้รอบคอบกว่านี้ ไม่ควรทำอะไรวู่วาม เพราะการที่ฆ่าคนที่ตัวเองรักก็ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป และยังต้องมาเสียอนาคตเพราะต้องถูกจับติดคุกอีกด้วย

         ส่วนผู้เสียชีวิตเอง หากชอบใครก็ควรจะเลือกคนนั้นไปสักที ไม่ควรกั๊กไว้ทั้งสองคนให้ผู้ชายทั้งสองคนต้องมาทะเลาะกันเพราะความโลเลของตัวเอง ซึ่งหากไม่มัวแต่โลเล ก็คงไม่มีจุดจบเหมือนในวันนี้ 

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า Gclub มือถือ

การที่เรานั้นนอนสะดุ้งหรือว่าผวานั้นเรานั้นควรที่จะทำอย่างไร

เมื่อเรานั้นมีลูกน้อยนั้นและลูกของเรานั้นเกิดนอนสะดุ้งหรือว่าผวาเมื่อได้ยินเสียงอะไรนั้นก็แล้วแต่นั้นเรานั้นควรที่จะทำอย่างไรเพราะว่าเรานั้นก็กลัวว่าลูกของเรานั้นจะเป็นอะไร  บางทีนั้นก็ทำให้เขานั้นเกิดอาการร้องไห้ส่งเสียงร้องที่หน้าสงสาร หรือว่าบางที่นั้นสะดุ้งชนิดที่แบบว่ากางแขน กางขา กันเลยที่เดียว   

         เพราะว่าเรานั้นจะเห็นว่าลูกน้อยของเรานั้นเกิดอาการที่นอนผวาหรือว่านอนสะดุ้งให้เรานั้นเห็นเพราะว่าอาการที่เขานั้นสะดุ้งนั้นก็ทำให้เรานั้นเกิดจิตตกเหมือนกันเพราะว่าเขาตกใจ  จนบางครั้งกางแขนหรือว่ากางขา บางครั้งก็ส่งเสียงร้องนั้นมาด้วย จนมีคนนั้นบอกว่าให้เรานั้นจับลูกของเรานั้นนอนตะแคงเพื่อที่จะได้ไม่ให้เกิดการนอนผวานั้นซึ่งเรานั้นก็ทำเหมือนกัน  ว่าการที่เรานั้นให้ลูกของเรานั้นนอนตะแคงนั้นก็ช่วยได้เหมือนกัน ส่วนบางคนนั้นก็บอกว่าให้เรานั้นจับลูกนอนคว่ำหน้าแต่ว่าให้เอาหน้านั้นหันเอียงไปข้างไหนข้างหนึ่งการที่เรานั้จับลูกนั้นนอนคว่ำก็ช่วยได้แต่วสำหรับคุณแม่หลายๆคนนั้นก็เลือกที่จะทำตามบ้างคนนั้นก็เลือกที่จะเอาผ้าห่มนั้นมาทับที่ตัวของลูกน้อยนั้นเพื่อที่จะไม่ให้ลูกของเรานั้นเกิดอาการสะดุ้ง  หรือว่าลดอาการสะดุ้งนั้นให้น้อยลง  

    แต่พอเมื่อลูกของเรานั้นเริ่มที่จะโตขึ้นมาหน่อยนั้นก็ยังสะดุ้งอยู่นั้นก็คงจะเกิดจากกการที่ที่ลูกของเรานั้นเล่นกับเรานั้นเกิดอาการที่ตกใจบ่อย  เวลาที่เขานั้นนอนก็เลยทำให้เขานั้นเกิดอาการนอนสะดุ้งก็เป็นไปได้เพราะว่าเกิดจากการที่เรานั้นเล่นกับเขา หรือว่าอาจจะเป็นการที่เขานั้นเล่นอะไรนั้นแล้วเกิดตกใจสิ่งที่เขานั้นกลัวก็ทำให้เขานั้นนอนสะดุ้งได้เหมือนกัน  

 การที่เรานั้นเล่นกับเขานั้นเราก็ควรที่จะดูว่าลูกของเรานั้นจะเกิดอาการสะดุ้งหรือว่าตกใจเมื่อการที่เรานั้นเล่นกับเขามากน้อยหรือว่าอย่างไร  การที่เรานั้นจะเล่นกับลูกนั้นเรานั้นก็ควรที่จะดูด้วยนะค่ะเพราะว่าเวลาที่เขานั้นนอนนั้นจะทำให้เรานั้นเกิดการสงสัยว่าเขานั้นเป็นอะไร ถึงได้นอนสะดุ้งตลอด  เมื่อเรานั้นเป็นพ่อแม่นั้นเรานั้นก็ควรที่จะดูแลลูกน้อยของเรานั้นอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะไม่ให้เรขานั้นนอนสะดุ้งหรือว่าผวาในเวลาที่เขานั้นนอนหรือว่าเกิดอาการร้องไห้ในตอนที่เขานั้นเหมือนกัน   

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 500

ข่าวบ่อน้ำมหัศจรรย์มีน้ำจืดผุดตลอดปีทั้งที่อยู่บนเกาะกลางทะเล

    มีรายงานข่าวแปลกแต่จริงจากจังหวัดกระบี่ โดยมีชาวบ้านบนเกาะจำ ซึ่งเป็นเกาะกลางทะเลอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ได้ออกมาบอกกล่าวสิ่งที่น่าเหลือเชื่อและอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบ ด้วยเกาะดังกล่าวจะมีนำผุดขึ้นมากลางเกาะ ซึ่งน้ำที่ผุดขึ้นมานี้มีรสชาติจืดสนิทเหมือนน้ำทั่วไปที่สามารถนำมากินมาใช้ได้

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะว่าบริเวณนี้มีแต่น้ำทะเลล้อมรอบ ดังนั้นหากเป็นธรรมชาติปกตินำที่ผุดขึ้นมาควรจะเป็นน้ำเค็มหรือไม่ก็ต้องเป็นน้ำกร่อย หรือต้องมีกลิ่นสนิม กลิ่นทะเล แต่น้ำผุดตรงนี้ไม่มีกลิ่นใดๆเลย หลายคนไม่เชื่อต่างพากันไปพิสูจน์ก็พบว่าเป็นความจริงขนาดชาวต่างชาติที่ไม่เชื่อมาลองชิมดูอยากบอกว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก

ไม่มีใครรู้ว่าน้ำผุดนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน แต่ชาวบ้านคนเก่าคนแก่ที่อยู่ที่นี่มานานต่างก็บอกว่าเห็นมานานแล้ว และหากช่วงไหนที่เกาะแล้ง ชาวบ้านก็จะมานำน้ำจากที่นี่ไปไว้ใช้กินใช้อาบ ซึ่งน้ำที่นี่จะมีการผุดตลอดทั้งปีไม่มีหยุด ปัจจุบันชาวบ้านต่างช่วยกันนำอิฐมาก่อครอบตาน้ำไว้เพื่อให้นำที่ผุดขึ้นมาขังอยู่ในบ่อ ชาวประมงที่ผ่านไปมา ต้องการน้ำจืดไว้ใช้ก็สามารถมานำน้ำจากตรงนี้ไปใช้งานได้

       จากที่มีข่าวสิ่งแปลกประหลาดนี้ออกมา ก็หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสนใจและลงมาดูแลปัญหานี้ให้กับชาวบ้าน เพราะหากเป็นน้ำที่สะอาดสามารถใช้บริโภค อุปโภคได้ ชาวบ้านจะได้วางใจว่าปลอดภัยในการที่จะน้ำไปใช้เพื่อกิน เพื่ออาบ แต่หากน้ำที่ผุดขึ้นมามีแร่ธาตุที่มีพิษจะได้แจ้งให้ชาวบ้านหยุดใช้งานก่อนที่มีการเกิดอันตรายได้

ซึ่งชาวบ้านยังเล็งเห็นผลต่อยอดไปอีกว่าหากน้ำนี้มีแร่ธาตุที่ดี อาจมีแร่ที่สามารถรักษาโรคได้ ซึ่งชาวบ้านจะได้นำจุดเด่นตรงนี้มาปรับเปลี่ยนให้เกาะจำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อีกด้วย ซึ่งชาวบ้านจะได้มีรายได้เข้ามาจากการท่องเที่ยว

               นี่เป็นอีกหนึ่งของความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นที่เมืองไทย ที่เราสามารถนำมาเป็นจุดขายเพื่อสร้างสถานที่ที่คนแทบไม่รู้จักนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงได้ ชาวบ้านที่อยู่ที่เกาะจูจะได้มีรายได้จากการเปลี่ยนเกาะจูเป็นที่ท่องเที่ยว และหากคนที่มาท่องเที่ยวเป็นชาวต่างชาติก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มยอดเงินให้กับประเทศได้อีกด้วย หวังว่าเมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปคงจะมีสักหน่วยงานให้ความสนใจและลงมาดูพื้นที่นี้เร็วๆ เพื่อความปลอดภัยของพวกชาวบ้านเกาะจู

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง ฝากขั้นต่ำ 100 บาท

ถูกเจ้าหนี้โผล่ทวงเงินกลางงานศพ

เป็นหนี้ก็ต้องชดใช้ พ่อน้องเด็กสองขวบที่เสียชีวิตจากเหตุโจรปล้นร้านทองที่โรบินสัน ลพบุรี ถูกเจ้าหนี้โผล่ทวงเงินกลางงานศพ

             มีรายงานข่าวจากทีวีช่องดังรายการหนึ่งได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์โจรปล้นร้านทองที่ห้างโรบินสัน จังหวัดลพบุรีมาตลอดและมีการติดตามข่าวเกี่ยวกับพ่อและแม่ของเหยื่อในเหตุการณ์ในครั้งนี้ที่อายุเพียง 2 ขวบนั่นก็คือน้องไทตัล ซึ่งในตอนนี้ทางพ่อและแม่ของน้องไทตัลได้นำศพน้องมาบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัด โดยทั้งพ่อและแม่ก็ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกไปในครั้งนี้ 

แต่ต่อมาก็มีรายงานข่าวเข้ามาว่า มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งได้มีการโพสต์เฟสบุ๊ก เพื่อตามหาตัวพ่อของน้องไทตัลเหตุเพราะพ่อของน้องเคยนำรถมาแต่งที่ร้านเจ้าของเฟสดังกล่าว แล้วหนีหายไม่สามารถติดต่อได้มาเป็นปีแล้ว ซึ่งทางนักข่าวของรายการข่าวช่องดังกล่าวจึงได้เดินทางไปสอบถามกับคนที่ทำการโพสต์เฟสบุ๊กทวงเงินดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าของเฟสก็ยินดีให้ข้อมูลว่า ตัวเองเปิดร้านตกแต่งรถและมีการทำโปรโมชั่นให้ผ่อนค่าแต่งรถได้ ซึ่งพ่อของน้องไทตัลก็ได้ไปเป็นลูกค้าแต่ว่าไม่ยอมจ่ายหนี้ที่ทำเรื่องผ่อนซึ่งทางร้านก็ติดต่อไม่ได้

จึงได้โพสต์เฟสบุ๊กเพื่อตามหาตัว ซึ่งเงินที่พ่อนักไทตัลติดกับทางร้านไว้คือ หนึ่งหมื่นแปดพันหกร้อยบาทและทางร้านได้มีการโพสต์ตามหาตัวพ่อน้องไทตัลตั้งแต่เดือนเมษายน ปี พ.ศ.2562 แล้ว ซึ่งได้มีการโพสต์ติดตามหาตัวมาตลอด จนมีเพื่อนเข้ามาทักบอกว่าพ่อน้องไทตัลกำลังเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้จากเหตุการณ์โจรปล้นร้านทอง ตนเองจึงได้ปิดโพสต์ที่ตามหาตัวพ่อน้องไทตัลเอาไว้ก่อนแล้ว นำพวกหรีดส่งมาแสดงความเสียใจ  ซึ่งตนเองเข้าใจและก็เสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ของพ่อน้องไทตัลเหมือนกัน แต่ตอนเองก็อยากให้คนในสังคมแยกแยะด้วยว่าความเสียใจอีกเรื่องติดหนี้ก็อีกเรื่อง

ซึ่งเมื่อเรื่องนี้มีข่าวดังออกมา คนในสังคมส่วนใหญ่ต่างก็เห็นใจพ่อของเด็กและก็เห็นใจเจ้าหนี้เพราะเป็นใครก็ต้องอยากได้เงินคืนด้วยกันทั้งนั้น ซึงทางพ่อของน้องไทตัลเองก็ออกมายอดรับเรื่องการติดหนี้ดังกล่าวว่าเป็นความจริง พร้อมกับบอกว่าหลังจากงานศพของน้องแล้วจะเดินทางไปชำระหนี้ทั้งหมดให้อย่างแน่นอน

               ซึ่งข่าวเจ้าหน้าเดินทางมาทวงหนี้กลางกงานศพนี้ การพาดหัวข่าวอาจจะดูรุนแรงไปสักนิดแต่เมื่อฟังรายละเอียดแล้วทั้งฝั่งเจ้าหนี้และลูกหนี้ต่างก็เคลียกันได้ด้วยดีและสังคมต่างก็เข้าใจเหตุผลที่เจ้าหนี้ต้องทำแบบนี้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

นางงามกับการเมือง

จบลงไปแล้วกับกับการประกวด Miss universe 2019 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย

และได้เจ้าของตำแหน่งนางงามจักวาลคนล่าสุดได้แก่ สาวงามจากประเทศ South africa  Zozibini tunzi เป็นผู้ที่ครองครองตำแหน่งที่สูงสุดในค่ำคืนนั้น และตัวแทนสาวไทยของเราอย่าง ฟ้าใส ปวีสุดดา ดรูอิ้น แม้จะไม่ได้รับตำแหน่งอันสูงสุดแต่ว่าก็สามารถผ่านเข้ารอบ ไปสู่รอบ 5 คนสุดท้าย ซึ่งรอบนี้จะเป็นที่ต้องตอบคำถามจากวัดสติปัญญาของตัวนางงามแต่ล่ะประเทศ และตัวแทนสาวไทยก็ทำสุดเต็มความสามารถแล้ว แม้จะไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้าย ถึงแม้การประกวดจะจบลงไปแล้วแต่ว่าแฟนๆนางงาม

ส่วนใหญ่ยังมีเรื่องที่ครางแคลงใจกับคำถามของตัวแทนสาวไทย ที่มุ่งคำถามมาในเรื่องของการเมืองอย่างโดยตรง ในช่วงที่ผ่านมานั้นทั่วโลกได้เกิดการประท้วงขึ้นในแต่ล่ะประเทศต่างๆทั่วโลก เกี่ยวกับการริดรอนสิทธิความเป็นอยู่ของคนในประเทศ ตัวอย่างเช่นการรวมตัวของกลุ่มนักศึกษาประเทศฮ่องกงที่ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตยของรัฐบาลที่ว่ากันว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังจากประเทศจีนที่คอยจะเข้าครอบงำแทรกแซง การเป็นประชาธิปไตยของฮ่องกง และเรื่องดังกล่าวก็ได้ถูกยกนำไปเป็นคำถามบนเวทีนางงามจักรวาล ซึ่งคำถามเหล่าจะเป็นตัวสะท้อนทัศนคติของตัวผู้เข้าประกวดว่ามีความคิดเห็นอย่างไรก็การเมืองทั่วโลก และฟ้าใส ตัวแทนสาวไทยของเราก็เช่นกัน ที่โดนเกี่ยวกับเรื่องการเมืองโดยตรงซึ่งคำถามที่ตัวแทนสาวไทยไ

ด้รับนั่นเป็นเรื่องของ ความปลอดภัย กับ ความเป็นส่วนตัว ซึ่งในเนื้อหาของคำถามนั้นมีอยู่ คุณคิดเห็นอย่างหากรัฐบาลจะตั้งกฎออกมาเพื่อคอยส่องความปลอดภัยของประชาชน แต่ว่าเป็นการลุกล้ำความเป็นส่วนของคนในประเทศซึ่งคุณคิดว่า ระหว่างความปลอดภัยที่ใช้เป็นขออ้างในการเข้าถึงข้อของข้อมูลของประชาชน กับความเป็นส่วนตัวของประชาชนที่ทุกคนมีสิทธิที่พึ่งมี ดังนั้นแล้วคิดว่าระหว่างความปลอดภัย กับ ความเป็นส่วนตัว อะไรสำคัญกว่ากัน ซึ่งเป็นคำถามที่ค่อนให้ตัวแทนสาวไทยต้องเลือกระหว่างสองสิ่งที่สำคัญพอๆกัน

ซึ่งตัวแทนของสาวไทยก็ให้คำตอบที่เรียกได้ว่าเป็นกลางอย่างดีที่สุด โดยที่เราจะต้องปลอดภัยแต่เราจะต้องไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัวของจนเอง แม้คำตอบอาจจะเรียกได้ว่าก่ำกึงแต่ก็ถือว่าเป็นคำตอบที่ดีอีกคำตอบนึง แต่แฟนนางงามหลายๆคิดว่าการที่ตัวแทนสาวไทยนั้น ไม่สามารถที่จะแสดงออกถึงทัศนคติทางการเมืองได้อย่างโดยตรงเพราะว่าบริบททางการเมืองของไทยเรานั้นยังไม่สามารถที่จะให้ประชาชนมีสิทธิในการวิจารย์รัฐบาลชุดนี้ได้อย่างเปิดเผย จึงกลายเป็นสาเหตุที่ว่าคำตอบของตัวแทนสาวไทยนั้นอาจจะไม่โดนใจของทางกรรมการได้ ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่นั้นก็มาจากประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเต็มตัว

ซึ่งประเทศเหล่านั้นสามรถออกความคิดเห็นทางการเมืองได้อย่างเปิดเผย และอีกอย่างการที่ไทยมีรัฐบาลที่เกิดจากความไม่ชอบมาพากลจนกลายเป็นรัฐบาลเผด็จการ ทำให้การเลือกตัวสาวงามที่มาจากประเทศเป็นเผด็จการนั้นอาจจะไม่เป็นที่น่ายินดีนัก เนื่องจากเจ้าของเวทีและตัวเวทีเป็นของประเทศอเมริกาที่เป็นประชาธิปไตยต้นแบบ และค่อนข้างที่แอนตี้การเป็นระบบเผด็จการและระบบคอมมิวนิส เรื่องราวของคำถามของตัวแทนสาวไทยก็ยังคงเป็นที่วิพากย์วิจารย์กันอย่างหนักหลังที่จบการประกวดแล้ว จนมีบางคนออกมาพูดว่าตราบใดที่ประเทศไทยยัถูกปกครองด้วยรัฐบาลเผด็จการอยู่ประเทศไทยก็ไม่มีวันได้มงกุฏของนางงามจักรวาลอย่างแน่นอน

 

ไวรัสโคโรนากับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น

จากในกรณีที่มีผู้ติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาที่เกิด ณ ประเทศจันเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจากเหตุการณืในครั้งนี้ได้ส่งกระทบต่อมนุษย์ทุกคนบนโลก ซึ่งหวั่นว่าจะได้รับเชื้อเข้าไปด้วย ดันั้นทางการจีนจึงได้ทำการปิดเมืองอู่ฮั่น เพื่อป้องกันไม่ให้คนในพื้นที่เดินทางออกไป เพราะหวั่นว่าจะทำให้โรคเกิดการระบาดไปทั่วได้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่สามารถที่จะป้องกันได้ 100% เพราะก็ยังมีชาวจีนบางส่วนที่ได้เดินทางออกนอกประเทศก่อนมีการประกาศปิดเมือง จึงส่งผลให้ไวรัสได้มีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วโลก ล่าสุดได้พบผู้ที่มีเชื้อและผู้ที่เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นทั้งใน ประเทศจีน และนอกนอกประเทศจีน

จากรายงานล่าสุดพบผู้ติดเชื้อทั้งหมดถึง 40,547 คน โดยมีผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อถึง 2,992 คน เสียชีวิตไปแล้ว 910 คน ซึ่งจากทั้งหมดก็มีผู้หายป่วยไปแล้วประมาณ 3,410 คน ซึ่งจากจำนวนยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้มีเพียงแค่อยูาภายในประเทศจีน แต่ยังพบตามประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งประเทศที่พบผู้ที่มีเชื้อมากที่สุดในโลกตอนนี้เป็นประเทศจีนโดยมีผู้ที่ติดเชื้อทั้งหมดประมาณ 40,171 คน รองลงมาเป็นประเทศ ญี่ปุ่น ซึ่งผู้ติดเชื้อนั้นเป็นผู้คนที่อยู่บนเรือสำราญ ที่ได้เดินทางไปจอดเทียบท่าที่ประเทศญี่ปุ่น

จากรายงานพบว่ามีผู้ติดเชื้อสูงถึง 64 คน บนเรือ

  • ตามาด้วย สิงคโปร์ – 43
  • ฮ่องกง – 36
  • ไทย – 32
  • เกาหลีใต้ – 27
  • ญี่ปุ่น (ภายในปรเทศ) – 26
  • มาเลเซีย – 18
  • ไต้หวัน – 18
  • ออสเตรเรีย – 15
  • เยอรมันนี -14
  • เวียดนาม – 14
  • อเมริกา – 12
  • ฝรั่งเศษ – 11
  • มาเก๊า – 10
  • แคนาดา – 7
  • ยูเออี – 7
  • อินเดีย – 3
  • อิตาลี – 3
  • อังกฤษ – 3
  • ฟิลิปปินส์ – 3
  • รัสเซีย – 2
  • สเปน – 2
  • ฟินแลนด์ – 1
  • เนปาล – 1
  • สวีเดน – 1
  • กัมพูชา – 1
  • เบลเยียม – 1
  • ศรีลังกา – 1

จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งที่ได้ทำการค้นพบทั้งหมด เป็นเพียงตัวเลขที่ยังไม่หยุดนิ่ง คาดว่าน่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอีกอย่างแน่นอน เพราะว่าตอนนี้เรายังไม่สามารถหายารักษาตัวไวรัสนี้ได้ จึงทำให้ ผลกระทบกับจำนวนผู้ที่น่าจะติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถหาวัคซีนมารักษาไวรัสดคโรนาได้ แต่ร่างกายของเราก็สามารถที่รักษาได้ด้วยตนเอง เพียงแต่หากติดเชื้อแล้เราจำเป็นต้องในการดูแลของหมอเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธีและไม่แพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นๆ อย่างน้อยก็เป็นการลดการเสี่ยงของการเพิ่มผู้ติดเชื้อ เพราะฉะนั้นการดูแลตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข ดีกว่าติดเชื้อแล้วเราต้องมานั่งรักษาภายหลังเพราะไม่สิ่งใดมาการันตีได้ว่าไวรัสจะไม่ทำให้คุณถึงแก่ความตายได้ จนกว่าจะมีวัคซีนที่สามารถรักษาไวรัสโคโรนาได้แล้วจริงๆ

 

ข่าวสารเกี่ยวกับปัญหาทางสังคม

คนขับรถแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์อ้างหาเงินเพื่อเลี้ยงตัวเองซ้ำแต่ว่าผู้โดยสารมีปัญญาเที่ยวผับทำไมไม่ยอมเหมารถ 

กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคลิปคลิปหนึ่งที่มีการทะเลาะกันระหว่างผู้โดยสารและคนขับรถแท็กซี่โดยคนขับรถแท็กซี่ไม่ยอมที่จะกดมิเตอร์คิดเงินค่าโดยสารเพราะหวังต้องการที่จะให้ผู้โดยสารที่ขึ้นมานั่งจ่ายเป็นเงินแบบเมาจ่ายโดยบอกกับผู้โดยสารที่ขึ้นมานั่งบนรถว่าตัวเองต้องทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัวซ้ำยังต่อว่าผู้โดยสารได้ว่าพูดอีสานมีเงินกินเหล้าแต่ทำไมแค่เรื่องเอาเงินมาจ่ายค่าแท็กซี่แบบเหมาจ่ายทำไมถึงทำไม่ได้ 

ยังคงเป็นประเด็นกันอยู่เรื่อยเรื่อยเกี่ยวกับปัญหาแท็กซี่โกงมิเตอร์ไม่ยอมจ่ายไม่ยอมจดมิเตอร์โดยจะคิดเงินกับผู้โดยสารเป็นแบบเมาจ่ายซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารเสียค่าใช้จ่ายสูงเกินความเป็นจริงและบางครั้งก็เหมือนจะพบปัญหาว่าแท็กซี่จะไม่ยอมรับผู้โดยสารที่ไปในบริเวรที่มีรถติดทำให้ได้หลายครั้งคนที่คิดจะขึ้นแท็กซี่กลับบ้านหรือขึ้นแท็กซี่ไปทำงานเกิดความรู้สึกไม่อยากที่จะมาต้องมายืนโบกรถแท็กซี่แล้วเสียความรู้สึกเพราะส่วนใหญ่บอกไปแท็กซี่ก็จะไม่รับผู้โดยสารบางครั้งก็ต้องมีเรื่องทะเลาะกันระหว่างผู้โดยสารและคนขับรถแท็กซี่หรือบางทีก็ยังไปเจอคนขับรถแท็กซี่ที่เป็นโรคจิตลามกอนาจารอีกด้วย 

 

ยังข่าวที่กำลังเป็นข่าวดังใหญ่โตอยู่ตอนนี้ถูกเผยแพร่มาจากชายคนหนึ่งเล่าว่า

เขาและเพื่อนเพื่อนมายืนโบกรถแท็กซี่เพื่อจะขึ้นจากทองหล่อเพื่อไปลงเวรลงวงเวียนใหญ่โดยในกลุ่มคนที่ไปนั้นจะมีลงศาลาแดงด้วยหนึ่งคนพวกเขาและเพื่อนเพื่อนจึงได้บอกรถแท็กซี่เพื่อแจ้งข้อมูลดังกล่าวแต่แท็กซี่ที่จอดรถกลับบอกพวกเขาว่าให้พวกเขาจ่ายเป็นเงินเป็นแบบเหมาจ่ายแทนที่จะเป็นการจดมิเตอร์ ซึ่งเมื่อตนและเพื่อนเพื่อนได้ยินดังนั้นก็ปฏิเสธไม่ไปรถแท็กซี่คันหนึ่งกล่าวแต่รถแท็กซี่คันดังกล่าวกลับบอกว่าการรับส่งผู้โดยสารปัจจุบันนั้นถ้าหากมัวแต่กดมิเตอร์ก็ไม่ได้เงินน้อยเค้าต้องเอาเงินไปเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองเพราะฉะนั้น

อยากจะให้พวกเขาเมารถแท็กซี่แทนการกดมิเตอร์โดยผู้โดยสารและเพื่อนเพื่อนได้มีการอัดคลิปวิดีโอไว้ด้วยเพราะว่าหลังจากที่เขาได้ปฏิเสธแท็กซี่ไปก็ถูกแท็กซี่   ซึ่งแท็กซี่ก่อนดังกล่าวไม่พอใจว่าผู้โดยสารมีเงินที่จะมาเที่ยวกินเหล้ากับเพื่อนเพื่อนแต่ทำไมแค่เงินหมอรถแท็กซี่ถึงไม่ยอมจ่ายซึ่งบริษัทก็ปฏิเสธการขึ้นรถแท็กซี่ทำให้แท็กซี่ไม่พอใจและขับรถออกไปซึ่งถ้าหากใครหลายคนเจอแบบนี้ก็คงเบื่อกลางคืนตึกสี่ไปเหมือนกันดังนั้นควรจะมีการปฏิรูปแท็กซี่ใหม่ 

 

สนับสนุนโดย Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ประชาชนอิหร่านบอก สหรัฐฯ ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นผู้นำเขาเอง

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน

พลเอกฮอสเซน ซาลามี ได้ทำการแถลงข่าวต่อหน้ารัฐสภาอิหร่าน โดยแจ้งถึงการขอโทษและแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่กองทัพซึ่งอยู่ในภายใต้การควบคุมของเขานั้น ได้ทำการก่อเหตุยิงขีปนาวุธโจมตีเครื่องบินสายการบินยูเครนอย่างไม่ได้มีความตั้งใจ เหตุการณ์ทำให้เครื่องบินตกและเกิดความสูญเสีย ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 176 คน เสียชีวิตทั้งลำ

โดยผู้นำกองทัพคนนี้ได้ทำการกล่าวสาบานต่อหน้าพระเจ้า ว่าเขานั้นอยากจะเป็นคนที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้น และเสียชีวิตไปพร้อมๆกับผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด เขาจะได้ไม่ต้องมารับรู้กับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเช่นนี้ และยังได้กล่าวต่ออีกว่า เขานั้นไม่เคยอับอายอย่างนี้มาก่อนในชีวิต

ซึ่งตัวเขาเองและกองทัพพร้อมที่จะผลกระทบที่ตามมา รวมถึงการยอมจำนนต่อประชาชนชาวอิหร่าน ที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมาเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก และได้ทำการยืนดังเดิมว่าจะทำการปกป้องประชาชนอิหร่านจากการต่อสู่กับสหรัฐ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ประชาชนชาวอิหร่านไม่พอใจ

ไจึงทำให้มีการประท้วงเกิดขึ้นและบานปลายในกรุงเตหะรานและในอีกหลายๆเมืองของช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มคนประท้วงเหล่านี้ได้แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ และทำการขับไล่ผู้นำกับรัฐบาลของอิหร่าน ในกลุ่มคนประท้วงเหล่านี้ได้เผยความคิดว่า แท้ที่จริงแล้วศัตรูของอิหร่านนั้น ไม่ใช่สหรัฐแต่อย่างไร แต่เป็นผู้นำของอิหร่านเอง ที่เป็นศัตรู เป็นภัยต่อประเทศ และประชาชน ซึ่งในหลายๆจุดที่ได้ทำการประท้วงนั้นถูกคุมเข้มด้วยกำลังของตำรวจปราบจลาจลและจากกองทัพกำลังพิทักษ์อิสลาม ในการประท้วงครั้งไม่มีการจับกุมผู้ประท้วง หรือ การบาดเจ็บใดๆเกิดขึ้น แต่มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางด้ายผู้ควบคุมเหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้ได้มีการใช้แก๊สน้ำตาลกับกลุ่มคนประท้วงเพื่อให้สลายตัวของการชุมนุมในบางจุด

นอกจากนี้ได้มีรายงานข่าวจากทางอิหร่าน แจ้งว่า ได้มีการจับกุมตัวเอกอัครราชทูตประเทศอังกฤษเอาไว้ คือ นายร็อบ มาแคร์ ได้ถูกจับกุมตัวในระหว่างเหตุการณ์การประท้วงที่เกิดขึ้นในประเทศอิหร่าน ซึ่งนายร็อบ มาแคร์นั้นได้ทำการเดินทางไปร่วมแสดงความไวอาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีสายการบินของยูเครน ซึ่งหนึ่งในผู้โดยสารของสายการบินเที่ยวนั้นมีผู้โดยสารบางคนนั้นเป็นชาวอังกฤษ ซึ่งในทางของอิหร่านเหตุผลในการจับกุมตัวเขาว่า เขาได้ทำการเข้าร่วมการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งในทางการของประเทษอังกฤษได้ออกมาประณามว่าการจับกุมตัวนายร็อบ มาแคร์ เป็นการละเมิดกหมายระหว่างประเทศ

 

 

สนับสนุนโดย จุดอ่อนบาคาร่า