Month: กันยายน 2020

จิตวิทยากับการทำงานร่วมกับผู้อื่น 

คุณจะทำงานอย่างไรให้มีความสุขและรู้สึกรักงานไปด้วย คุณเคยได้ยินหลักจิตวิทยาการทำงานของคนในองค์กร หรือ ไม่ ถ้าไม่วันนี้จะพาคุณไปรู้จักกับคำว่า PSYCHO

P คือ Positive Thinking หรือ การคิดแง่บวก การที่คุณมองโลกในแง่ดีไม่ว่าคุณจะเจออุปสรรคอะไร คุณก็จะมีทัศนคติที่ดี ที่จะผ่านคุณผ่านจากอุปสรรคนั้นๆไปได้อย่างแน่นอน และการมองโลกในแงดี จะทำให้คุณมีความสุขกับทำงานอีกด้วย

 S คือ Smile รอยยิ้ม เป็นของฟรีที่ใครๆก็ทำได้ การที่คุณยิ้มให้กัน ไม่ว่าจะเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้อง หรือ ลูกค้า ย่อมดีกว่าหน้าตาบึ้งตึงแน่นอน การที่คุณยิ้มจะทำให้บรรยากาศรอบตัวดีขึ้น และทำให้คนอยากร่วมงานด้วย เพราะ รอยยิ้มเป็นสิ่งง่ายๆที่คนมักลืมเวลาทำงาน และนอกจากนี้ยังเป็นการส่งกำลังใจให้ตัวเองและคนรอบข้างได้ดีด้วยนะ

Y คือ Yours หรือ ความจริงใจ ความคิดถึงผู้อื่น นั้นก็คือการไม่เห็นแก่ตัว การที่จะทำงานร่วมกับใครหลายๆคน การไม่เห็นแก่ตัวจะทำให้การทำงานเป็นทีม หรือความสามัคคีจะเกิดขึ้นแน่นอน และมันจะทำให้เราทำงานมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จง่ายขึ้น

C คือ Compromise การประนีประนอม ในการทำงานในแต่ละที่ คงจะหลีกเลี่ยงการที่จะปะทะ หรือ ความคิดเห็นไม่ตรงกันจนเกิดการกระทบกระทั่งกัน ไม่ได้ แต่หากเกิดขึ้นแล้วคงไม่ได้เป็นผลดีกับงานหรือองค์กรแน่นอน เพราะฉะนั้นเราควรจะมีความประนีประนอมต่อกัน ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร ก็จะช่วยให้ปัญหา หรือ อุปสรรคนั้น เบาลงได้อย่างแน่นอน

  H คือ Human Relations หมายถึง ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ลูกน้อง หรือ บุคลากรอื่นๆที่อยู่   

  ในองค์กร การที่เราสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง จะเปิดโอกาสให้เราได้ทำงานอย่างสบายใจเพราะการที่เรา

 มีน้ำใจต่อผู้อื่น ผู้อื่นก็จะมีมิตรไม้ตรีที่ดีให้เราเช่นกัน 

O คือ Oral Communication คือ หมายถึงเทคนิคในการพูด การสื่อสาร การที่เราต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นเราจำเป็นจะต้องสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ พูดคุยงานอย่างมั่นใจ ชัดเจน และพูดจาด้วยน้ำเสียงไพเรา และมีหางเสียง ไม่ควรจะใช้วาจาในเชิงจิกกัดหรือนินทาเพื่อนร่วมงาน เพราะจะทำให้การทำงานของคุณไม่ราบรื่นแน่ๆ 

หลัก PSYCHO คือหลักการทำงานที่องค์กรควรยึดไว้และนำไปให้คนในองค์กรปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน หากทุกคนทำได้ องค์กรของคุณจะมีประสิทธิภาพทั้งงานและอารมณ์ของบุคลากรในที่ทำงานแน่นอน เพราะการที่สร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงานจะทำให้คนในองค์กรรู้สึกมีความสุขในงานและที่ทำงานของเค้านั้นเอง

 

 

ขอบคุณ  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020  ที่ให้การสนับสนุน

ชายชราถูกชายไร้บ้านทำร้าย เหตุเพราะทวงมือถือที่ลืมไว้แล้วไม่ยอมให้

            กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในโลกออนไลน์เมื่อมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอออกมาเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเราจะเห็นว่าในภาพนั้นจะมีผู้ชายคนหนึ่งใส่เสื้อสีขาวกำลังทำร้ายชายชราคนนึงอยู่ซึ่งในภาพจะเห็นว่าใช้เสื้อสีขาวนั้นทั้งเตะทั้งต่อยและถีบชายชราจนชายชราได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เมื่อมีการลงไปสอบถามยังพื้นที่เกิดเหตุก็ได้มีผู้ชายคนหนึ่งออกมายอมรับว่าชายชราที่อยู่ในคลิปวีดีโอนั้น

เป็นพ่อของตนเองโดยเขาเล่าว่าพ่อของเขาอายุมากแล้วประมาณ 67 ปีป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ซึ่งพ่อจะมีนิสัยชอบออกมาอยู่ตรงหน้าหอพักที่เกิดเหตุทั้งๆที่ตนเองก็มีบ้านอยู่แต่ทุกครั้งที่มาพากลับไปบ้านพ่อก็มักจะแอบหนีออกจากบ้านมาอยู่ที่หน้าหอพักนี้เป็นประจำจนเจ้าของหอพักอนุญาตให้พ่อมาอาศัยอยู่หน้าหอพักได้เพราะหลายคนคิดว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่ที่พ่อมีความหลังอยู่

เพราะทุกครั้งที่พากลับบ้านพ่อก็จะต้องหนีออกมาอยู่ที่นี่ทุกครั้งซึ่งเมื่ออยู่ที่นี่พ่อของเขาจะมีอาชีพเก็บขยะเก็บขวดเอาไว้ขายโดยตัวลูกชายเองชื่อว่านายอ๋องบอกกับนักข่าวว่าเขาจะมาดูพ่อทุกวันโดยนำอาหารมาให้ทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็นซึ่งหลังจากที่พ่อโดนทำร้ายเขาได้มาเห็นว่าพ่อเขาน่าตามปูดบวมจึงได้ขอกล้องวงจรปิดจากหน้าหอพักไปดูก็พบว่าพ่อถูกชายไม่รู้จักทำร้ายร่างกายเลยเขาบอกว่า

สำหรับคนเป็นลูกแล้วเมื่อเห็นพ่อตนเองถูกเตะต่อยย่อมเกิดความรู้สึกไม่พอใจและความแค้นเป็นธรรมดาซึ่งตัวเขาเองก็เหมือนกันเขาไม่สามารถดูคลิปวีดีโอจนจบได้กดชายคนดังกล่าวมากที่ทำร้ายพ่อของเขาซึ่งเป็นคนชราและเป็นโรคอัลไซเมอร์เขาจึงตามหาตัวชายเสื้อขาวคนดังกล่าวจนพบว่าเป็นชายเร่ร่อนที่ผ่านมาแถวนี้และเหตุการณ์วันนั้นชายเร่ร่อนได้เล่าให้ฟังว่าเขามานั่งเล่นอยู่บริเวณที่นั่งที่พ่อของเขาอยู่แล้ว

เผลอลืมโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้หลังจากนั้นได้กลับมาเอาแต่พ่อของนายอ๋องไม่ยอมคืนให้ทำให้ทำให้ชายเร่ร่อนไม่พอใจจึงได้ลงมือทำร้ายและแย่งโทรศัพท์คืนไปซึ่งนายอ๋องยอมรับกับนักข่าวว่าในตอนแรกนั้นเขาไม่พอใจชายเร่ร่อนคนดังกล่าวมากจึงได้มีการลงมือทำร้ายใช้ได้ร่อนคนเก่าคนนั้นไปด้วย

แต่หลังจากทราบเรื่องราวแล้วก็ได้มีการพูดคุยและขอโทษกันพร้อมทั้งซื้ออาหารให้ใช้ได้ร่อนคนดังกล่าวกินโดยนายอ๋องบอกกับนักข่าวว่าสาเหตุที่พ่อของนายอ๋องนั้นไม่ยอมคืนโทรศัพท์มือถือให้กับชายเร่ร่อน เขาคิดว่าพ่อของเขาที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์น่าจะคิดว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ของพ่อดังนั้นของทุกอย่างจึงเป็นของพ่อทั้งหมดทำให้พ่อของนายอ๋องจึงไม่ยอมคืนโทรศัพท์มือถือให้

       สำหรับใช้เลขอั้นที่ถูกนายอ๋องทำร้ายไปนั้นปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใครพบเห็นอีกเลยซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเขาเดินทางไปที่อื่นแล้ว

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงไก่ชนไทย

การเปิดเทอมแต่ละโรงเรียนจึงควรไม่เหมือนกัน

ต้นทุนแตกต่างกัน  การเปิดเทอม 1/2563 แต่ละโรงเรียนจึงควรไม่เหมือนกัน  

        การเปิดการเรียนการสอนในช่วงโควิด-19 แต่ละโรงเรียนอาจจะต้องเรียนแตกต่างกันโดยนักวิชาการได้มีการเป็นห่วงในเรื่องของการเปิดเทอมของนักเรียนในช่วงที่จะมีการเปิดวันที่ 1 กรกฎาคมปีพศ. 2563  นี้ว่า เนื่องจากประเทศไทยมีโรงเรียนเป็นจำนวนมากทั้งโรงเรียนในส่วนของภาครัฐและโรงเรียนในส่วนของเอกชนซึ่งแต่ละโรงเรียนก็มีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของความพร้อมหากทางโรงเรียนต้องการที่จะให้มีการเปิดการเรียนการสอนแบบออนไลน์นั้น

มองว่าความพร้อมในการเรียนการสอนแบบนี้เหมาะกับโรงเรียนและผู้ปกครองที่มีการเรียนในโรงเรียนในลักษณะของโรงเรียนเอกชนมากกว่าไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสาธิตโรงเรียนนานาชาติกลุ่มโรงเรียนเหล่านี้คือกลุ่มโรงเรียนที่ผู้ปกครองมีความพร้อมที่จะ support ลูกของตนเองให้สามารถเรียนในรูปแบบของการเรียนออนไลน์ได้เนื่องจากมีทั้งคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ครวมถึงสัญญาณ WiFi อยู่ที่บ้าน

แต่ในขณะเดียวกันหากโรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็กหรือขนาดกลางของรัฐบาลผู้ปกครองและนักเรียนเองยังไม่มีความพร้อมในด้านนี้โดยเฉพาะตัวผู้ปกครองเองที่หาเช้ากินค่ำจะไม่สามารถหาคอมพิวเตอร์และหาสัญญาณอินเตอร์เน็ตมาให้ลูกเรียนออนไลน์ที่บ้านได้อย่างแน่นอนซึ่งตรงนี้จะเป็นความแตกต่างกันของเด็กนักเรียนเนื่องจากต้นทุนแต่ละครอบครัวมาไม่เหมือนกัน

งานนักวิชาการจึงมองว่าอาจจะต้องมีการเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 1 จริงๆประจำปีพศ 2563 นี้การเปิดเรียนนั้นแต่ละโรงเรียนควรมีความแตกต่างกันออกไปซึ่งมองว่าในกลุ่มของภาคโรงเรียนเอกชนโรงเรียนสาธิตหรือแม้แต่โรงเรียนอินเตอร์กลุ่มเหล่านี้สามารถที่จะอนุญาตให้มีการเปิดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ได้ในขณะเดียวกันถ้าเป็นในเรื่องของโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งปกติก็จะมีจำนวนนักเรียนน้อยอยู่แล้วกลุ่มโรงเรียนเหล่านี้สามารถให้เด็กนักเรียนเดินทางไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้แต่จะต้องมีการจัดห้องในเรื่องของการเรียนให้เหมาะสม

โดยอาจจะต้องมีการจัดตั้งโต๊ะเรียนให้ห่างกันเพื่อที่เด็กนักเรียนจะได้ใกล้ชิดกันเกินไปอีกครั้งนักวิชาการยังมองอีกว่าเด็กนักเรียนที่อยู่ชั้นเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับอุดมศึกษาปีที่ 3 เด็กนักเรียนกลุ่มนี้อาจจะยังไม่เหมาะสมที่จะสามารถเรียนแบบออนไลน์ได้เนื่องจากว่าเด็กยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะสามารถนั่งเรียนอยู่กับที่เป็นเวลานานๆได้หรืออาจจะต้องมาดูความเหมาะสมว่าหากเด็กนักเรียนจะต้องนั่งต้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆนั้น

ไม่มีผลกระทบต่อสายตาของเด็กนักเรียนหรือไม่หรือจะมีผลกระทบในเรื่องของสมาธิการเรียนของเด็กหรือไม่ซึ่งตรงนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการจะต้องมีการพิจารณาให้เหมาะสมแล้วค่อยมีการประกาศออกมาอีกครั้งหนึ่งว่าแต่ละโรงเรียนมันจะมีการเปิดการเรียนการสอนแบบไหนอย่างไรต่อไป

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  SaGaming สมัครขั้นต่ำเท่าไหร่

ข้อเสียของการนอนดึก

        หลายคนคงจะเคยชินกับการนอนดึกตื่นสาย แต่ยังมีอีกหลายคนที่นอนดึกแต่ยังต้องตื่นนอนเช้าซึ่งอย่างหลังจะทำให้ร่างกายของคนที่นอนถึงรู้สึกอ่อนเพลีย และมีความรู้สึกง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา  การนอนดึกถึงแม้เราจะมีเวลาทำงานอะไรทำตามสิ่งที่ชอบมากขึ้น เช่นการดูทีวี การดูซีรีย์หรือแม้แต่การคุยมือถือกับเพื่อน การออกไปปาร์ตี้นอกบ้านแต่การนอนดึกก็มีข้อเสียเช่นเดียวกัน

ซึ่งข้อเสียเหล่านี้จะมีผลต่อร่างกายของเราต่อเนื่องยาวนานอีกด้วย ว่ามาดูกันว่ามีข้อเสียอะไรบ้างที่ทำให้เราไม่ควรนอนดึก เผื่อว่าเรารู้ถึงข้อเสียนี้แล้ว เราจะมีการเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนให้เร็วขึ้นได้ 

1.อย่างแรกที่เราจะเห็นเลยในการนอนดึกของเราก็คือผิวพรรณของเราจะดูแห้งกราน คล้ำขึ้น ใบหน้ามีรูขุมขนกว้างผิวหนังเหี่ยวย่น เพราะการที่เรานอนดึกทำให้ร่างกายเราไม่สามารถผลิตฮอร์โมนที่จะมาช่วยในการดูแลผิวของเราได้ เช่น ร่ายงานจะผลิตคอลาเจนตอนสี่ทุ่มแต่หากเรานอนดึกเกินสี่ทุ่ม ทำให้ร่างกายเราผลิตคอลาเจนไม่ได้ก็มีผลให้เราแก่ขึ้น ผิวพรรณไม่ผ่องใส มีริ้วรอยและถึงแม้เราจะนำที่มาร์กหน้ามาช่วยก็จะไม่สามารถช่วยได้มากนัก รวมถึงการนอนดึกทำให้เราสูญเสียน้ำในร่างกายไปมากด้วย ดังนั้นรูขุมขนจึงกว้าง ผิวเหี่ยว โดยปกติคนเราควรต้องนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

จึงจะเพียงพอกับความต้องการแต่การที่เรานอนดึกแล้วตื่นสายก็ไม่ช่วยเรื่องการดูแลผิวพรรณมากนักเพราะร่างกายจะมีกำหนดช่วงเวลาเอาไว้แล้ว ว่าช่วงไหนที่ร่างกายจะผลิตสารอะไรออกมาดังนั้นหากเราไม่ต้องการพลาดสารต่างๆที่จะทำให้ผิวพรรณของเราสวยงามและอ่อนกว่าไวก็ควรนอนก่อนสี่ทุ่มทุกวันนะจ๊ะ

2.ข้อเสียอีกข้อที่ไม่พูดถึงคงจะไม่ได้เพราะ ข้อเสียข้อนี้มีผลต่อหนุ่มๆ สาวๆกันมากนั่นก็คือ การนอนดึกทำให้เราอ้วน ถ้าใครที่ชอบนอนดึกมักจะรู้ว่าหากเรานั่งไปสักพักประมาณ ห้าทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืน เราจะเริ่มหิวแล้วนั้นก็เพราะ กระเพาะอาหารของเรามักจะทำการย่อยทุกๆ 6 ชั่วโมงดังนั้นเมื่อเราไม่ได้นอนหลับจะทำให้เรารับรู้ถึงความหิว

ซึ่งเมื่อหิวเราก็จะหาของกิน และเมื่อกินก็จะทำให้เราอ้วน และอีกอย่างคือ ในช่วงการคืนระบบเผาผลาญเราจะทำงานได้ไม่เต็มที่เพาะเรากินแล้วก็นอนดูทีวี หรืออ่านหนังสือ เล่นมือถือ เราไม่ได้ออกกำลังกาย ดังนั้นยังไงก็อ้วนแน่นอน ต่อให้เรากินน้อยมากแค่ไหนก็ตามและการที่เรากินอาหารตอนดึกบ่อยๆจะทำให้เราชิน หากวันไหนไม่กินจะทำให้เราทนไม่ไหว ยังไงต้องหาอะไรกินอยู่ดี กลายเป็นติดการกินอาหารตอนดึกไปเลย 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร บาคาร่า ufabet