หมวดหมู่: สังคมทั่วไป

ห้าเรื่องที่ไม่ควรเอาชีวิตไปพัวพัน

ปีใหม่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนเจอแต่สิ่งดีๆ ในทุกๆเรื่อง อะไรเมื่อปีที่แล้วที่เคยผิดพลาดไปก็จำไว้เป็นบทเรียน เพราะในชีวิตของเรานั้น ต้องเจอเรื่องราวมากมาย มีทั้งสุขและเศร้าปนเปกันไป แต่อย่างไรหากมันจะเกิดอะไรก็ขอให้เป็นการกระทำของตัวเอง เพราะว่าถ้ามันเกิดเพราะเป็นเรื่องของคนอื่นเราก็จะรู้สึกแย่เป็นสองเท่า ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร เราไม่ควรไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้เด็ดขาด

  1. เรื่องเงินๆ ทองๆ เพราะเป็นเรื่องที่เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว เพราะว่าเงินใครเงินมัน เราก็ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย เหมือนคำกล่าวของสุภาษิตที่ว่า เงินทองไม่เข้าใครออกใคร มันทำลายมิตรภาพทำลายชีวิตกันมามากแล้ว ดังนั้นเรื่องเงินทองจงอย่าได้เอามาเกี่ยวข้องกันเลย
  2. ค้าประกัน เรื่องนี้ก็สำคัญ เพราะเสียเพื่อนและเสียครอบครัวกันมาแล้วนับไม่ถ้วน เพราะไอ้การค้ำประกันนี่แหละ จะให้ไว้ใจกันมากแค่ไหน ก็ไม่ควรยื่นมือไปเกี่ยวข้อง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นตัดไฟตั้งแต่ต้นลมจะดีเสียกว่า ที่จะมาแก้ไขกันในภายหลัง มันจะไม่ทันการ
  3. การกู้ยืม ก็ยังคงไม่พ้นเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ซึ่งทั้งสองข้อข้างต้น ก็เป็นเรื่องเงิน อันนี้ก็ยังคงเป็นฯเรื่องเงิน อย่าลืมว่าลูกหนี้ที่ดีก็มี แต่ลูกหนี้แย่ๆ ก็เยอะ วันนี้ให้ยืมครั้งหนึ่ง พรุ่งนี้ก็ต้องมีครั้งที่สองและสามตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้นหากไม่อยากสูญเสียความสัมพันธ์ก็อย่าให้ยืมตั้งแต่ต้นจะดีกว่า
  4. เรืองของผัวๆเมียๆ เคยได้ยินคำนี้ไหมว่า คนนอนคุยกับคนยืนคุยมันไม่เหมือนกัน เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก แม้แต่เราเองยังทะเลาะกับเมีย ขัดใจกันได้เรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ดีกัน ดังนั้น ก็คงไม่ต่างอะไรกับคู่ของคนอื่นที่วันนี้เค้าทะเลาะกัน แต่เราดันเข้าไปยุ่งเกี่ยว และสุดท้ายเมื่อเค้าดีกัน เราก็อาจจะกลายเป็นหมาก็ได้นะ
  5. ความลับของคนอื่น ชื่อก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเรื่องของความลับ แถมยังมีต่อท้ายด้วยว่าความลับของคนอื่น ดังนั้นเหมือนไพ่ป๊อกสองเด้ง ไม่ว่าจะมองไปทางซ้ายหรือไปทางขวา ก็ไม่เหมาะสมที่จะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเลยสักนิด เพราะถ้าหากมันรั่วไหลไปเราเองก็จะอาจโดนไปด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่คนที่ปล่อยให้ความลับนั้นหลุดไปก็ตาม แต่ก็เหมือนยื่นมือข้างหนึ่งเข้าไปมีส่วนพัวพันแล้ว ดังนั้น เซฟทั้งเรา และเซฟทั้งเจ้าของความลับ ขอเป็นไม่รู้เรื่องความลับของใครจะเป็นการดีที่สุด เพราะจะได้ไม่เจ็บตัวในภายหน้านั้นเอง

 

 

สนับสนุนโดย    ae บาคาร่า

เราจะรู้ว่าใครเป็นอย่างไรเมื่อมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง

     สังคมไทยสมัยนี้เรื่องเงินถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สามีภรรยาเลิกกันก็เพราะเรื่องเงินมามากมายหลายคู่เพื่อนที่คบกันมานานต้องเลิกคบกันก็เพราะเรื่องเงินก็มีหลายคู่เช่นเดียวกันส่วนใหญ่สำหรับเพื่อนฝูงกันนั้นจะเลิกคบกันก็เพราะกันยืมเงินกันนั่นเองเพราะส่วนใหญ่แล้วมักจะยืมเงินกันแล้วก็ไม่ค่อยจะคืน ในขณะที่สามีภรรยานั้นเลิกกันเพราะมีปัญหาทางด้านการเงินบางคนทะเลาะกัน

พราะมีหนี้สินเยอะเกินไปไม่มีเงินแต่บางคนก็เลิกกันเพราะมีเงินมากเกินไปอย่างไรล่าสุดที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งออกมาเรียกร้องให้ทนายความช่วยเหลือเนื่องจากว่าเธอออกมาบอกว่าเธออยู่กินกับแฟนหนุ่มซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเมื่อช่วงต้นปีเธอทั้งคู่เดินทางไปเที่ยวที่วัดแห่งหนึ่งแล้วได้ซื้อล็อตเตอรี่มา 2 คู่ซึ่งเมื่อตรวจรางวัลแล้วพบว่าลอตเตอรี่ดังกล่าวนั้นถูกรางวัลที่ 1

ภูเขาทั้งคู่ได้เงินมาทั้งหมด 12 ร้านด้วยกันแต่หลังจากที่ได้เงินมาแล้วฝ่ายชายกับเก็บเสื้อผ้าหนีหายออกจากบ้านแล้วไม่ได้ติดต่อเธอเลยซึ่งเธอได้พยายามติดต่อหลายครั้งแต่ฝ่ายชายก็ปฏิเสธการรับสายมาโดยตลอดเพียงเธอมั่นใจแล้วว่าฝ่ายชายนั้นต้องการพบเงินที่ถูกลอตเตอรี่ไปเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นเธอจึงได้ออกมาเรียกร้องให้ฝ่ายชายนั้น

ออกมาแบ่งเงินส่วนที่ถูกลอตเตอรี่ให้เธอครึ่งหนึ่งสำหรับเรื่องราวในครั้งนี้ถ้าใครติดตามข่าวจะเห็นว่าฝ่ายชายนั้นได้ออกมาปฏิเสธทุกอย่างโดยบอกว่าเคยอยู่กินกับเธอก็จริงแต่เขาก็มีภรรยาของเขาอยู่แล้วและเขาก็อยู่กับเธอเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นซึ่งเขาได้เลิกรากับเธอไปแล้วก่อนที่เขาจะถูกลอตเตอรี่เอ็งแต่ในวันที่ไปซื้อลอตเตอรี่แล้วถูกรางวัลที่หนึ่งนั้นเขาแค่ไปเที่ยวด้วยกันเท่านั้น

แต่ไม่ได้คบกันเป็นสามีภรรยาแล้วนั่นเองดังนั้นฝ่ายชายจึงปฏิเสธที่จะให้เงินส่วนแบ่งลอตเตอรี่ดังกล่าวกับเธอยังไงก็ตามนี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราจะเห็นได้ตามสื่อต่างๆหรือตามสังคมทั่วไปว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเมื่อมีเงินเข้ามายุ่งเกี่ยวแล้วร่ำรวยเงินทองแล้วก็มักจะทิ้งอีกคนหนึ่งเพื่อไปหาผู้หญิงคนอื่นนี่ไม่ใช่คู่แรกที่ถูกลอตเตอรี่แล้ว

ทิ้งภรรยาตัวเองแต่ยังมีข่าวก่อนหน้านั้นอีกหลายคู่ที่ถูกลอตเตอรี่แบบนี้และเมื่อรวยแล้วก็ตัดสินใจทิ้งภรรยาของตนเองหรือตัดสินใจทิ้งสามีของตนเองเพื่อไปหาและก็อยู่กับคนอื่นและนี่คือสิ่งที่ทำให้เราเห็นว่าหากมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตแล้วแล้วก็ส่วนใหญ่ก็จะมาทำให้ครอบครัวนั้นได้รับผลกระทบอย่างมากอย่างที่เรารู้กันว่ามีเงินมากก็ทุกข์มากมีเงินน้อยก็ทุกข์มาก

 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัคร

ความลับขององค์กรSCPที่ปิดบังอะไรเราอยู่?

ซึ่งเพื่อนๆหลายคนคงเคยได้ยินตำนานงูยักษ์ตามที่ต่างๆคุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมผู้คนทั่วโลกถึงได้มีไอเดียงูดึกดำบรรพ์แบบนี้นั่นมันก็อาจจะเป็นเพราะว่าเจ้าสิ่งเลื้อยคลานตัวนี้มันได้มีอยู่ใต้ทะเลจริงๆและวันนี้เราก็จะมากับอีกหนึ่งเรื่องที่น่าพิศวงใต้ท้องทะเลที่ได้ถูกองค์กรลับSCPเก็บไว้เป็นความลับกันและมันจะเป็นยังไงไปดูกัน

ย้อนกลับไปที่นักประดาน้ำคนนั้นที่จะถูกส่งลงไปใต้รทะเลองค์กรSCPได้รับการร้องทุกข์จากชาวประมงจำนวนหนึ่งถึงเรื่องราวประหลาดที่เขาได้ค้นพบระหว่างการออกเดินเรือคือจะมีซากของปลาทะเลได้ขึ้นมาติดแหงของพวกเขาเป็นจำนวนมากแต่ทว่าเป็นซากที่ไม่ครบ32บางตัวก็มาแค่หัวบางตัวก็มาแค่หาง

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญของปลาเหล่านี้มันก็ไม่ใช่ปลาที่ตัวเล็กธรรมดาเสียด้วยแต่มันได้เป็นปลาขนาดยักษ์อย่างปลาฉลามหรือว่าซากของปลาวาฬเลยก็ว่าได้และยังได้มีการรายงานอีกว่าเมื่อมีเรือได้แล่นผ่านพื้นที่บริเวณดังกล่าวแล้วก็จะมีชาวประมงเกิดอากาศมึนๆขึ้นมาและบางคนก็มีอาการเมลลอยเหมือนกับว่าเขาลืมว่าตัวเองนั้นเป็นใครไปชั่วขณะ

เนื่องจากนี้ทางองค์กรSCPได้พิจารณษจากคำบอกเล่านี้แล้วเขาก็จะคิดว่ามันจะต้องเป็นอีกหนึ่งสัตว์ร้ายหนึ่งตัวที่มันได้ซ้อนตัวอยู่ในที่แห่งนี้อย่างแน่นอนทางองค์กรจึงไม่รอช้าจัดแจงส่งหน่วยคอมมานโดSCPไปเพื่อทำการสำรวจแน่นอนแล้วว่าการจะมุดลงไปใต้น้ำในครั้งนี้นั้นจะต้องเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายและทางคอมมานโดเขาจะต้องรู้ว่าเขาต้องเผชิญกับความตายอย่างแน่นอน

ดังนั้นสิ่งที่ทางคอมมานโดเหล่านี้ตองเจอกับเป็นเรื่องที่มีความแปลกประหลาดเกินกว่าที่พวกเขานั้นได้คาดกันเอาไว้ขณะที่เรือดำน้ำกำลังดำดิงสู่เบื้องลึกของมหาสมุทรนี้หลายๆคนในหน่วยเริ่มมีอาการกังวลและก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่สบายใจแบบแปลกๆ

ซึ่งพวกเขานั้นได้มีอาการเหมือนกับคนที่มีจิตหลอนแต่ทว่าก่อนที่จะออกมาปฏิบัติการณ์เขาก็ได้รับการเช็คสภาพกันมาแล้วว่าพวกเขานั้นเป็นคนปกติดีและหนึ่งในคนที่มีอาการหนักที่สุดก็น่าจะเป็นทหารผ่านศึกที่มีชื่อว่า ดร.แจ็ค แน่นอนว่าการดำน้ำลงไปในสถานที่ลึกๆเพื่อที่จะให้เจอกับสิ่งที่ไม่คาดฝันอะไรแบบนี้มาก่อนทางทีมก็น่าจะเกิดอาการหวาดกลัวกันมาบ้างแต่ทว่าทางดร.แจ็คเขาก็ได้เป็นทหารผ่านศึกที่ได้ผ่านภารกิจลับๆขององค์กรนี้มาอย่างโชกโชน

 

สนับสนุนโดย  Royal casino

Body shaming

“อ้วนขึ้นป่ะเนี่ย”

“ทำไมขาใหญ่เหมือนโต๊ะสนุ๊กเลย”

“ผอมเป็นไม้เสียบผีแล้ว”

“หน้ามีแต่รอยสิว”

ประโยคเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราพบเจอกันเป็นอย่างมากในสังคมไทย และมีการใช้กันในวงกว้างทั้งที่ประโยคเหล่านี้ไม่ใช้ประโยคทักทายด้วยซ้ำ แต่ในสังคมไทยกลับใช้ประโยคเหล่านี้เป็นประโยคทักทายผู้อื่น ฟังดูเหมือนปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำทั้งสิ้น เพราะประโยคเหล่านี้เข้าข่ายเป็น Body shaming

แล้ว Body shaming คืออะไร?

Body shaming คือ การวิจารณ์ ดูถูกรูปร่าง หน้าตา สีผิว รูปลักษณ์ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียน การเปรียบเทียบ จนอาจจะทำให้ผู้อื่นเกิดความอับอาย ส่งผลกระทบถึงจิตใจและทำให้ผู้อื่นเสียความมั่นใจ บางครั้งอาจถึงขั้นทำให้ผู้อื่นรู้สึกบั่นทอนความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเองลงไปด้วย การพูดเชิงลักษณะนี้แม้จะเป็นเพียงการล้อเล่น แต่ก็ไม่ต่างจากการล้อปมด้อย การประณามความบกพร่องหรือเหยียดหยามร่างกายของผู้อื่น เพราะมีแต่จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกแย่ รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง และที่สำคัญอาจทำให้เกิดเป็นความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจฝังอยู่ในหัวของผู้อื่นได้ 

เราทุกคนต่างรู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนต่างมีความบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น แต่เราไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องเอาความบกพร่องของผู้อื่นมาล้อเลียน หรือเอาสิ่งเหล่านี้มาทำให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันโดยเอาประโยคเชิง Body shaming มาทักทายผู้อื่น แล้วยิ่งเป็นการทักทายในที่สาธารณะ ต่อหน้าผู้คนเยอะๆ ยิ่งไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง

มิฉะนั้นแล้วจะทำให้ผู้ถูกกระทำเกิดความอับอายหนักขึ้นไปอีก บางคนถึงขั้นกลัวการไปเจอผู้คนเยอะๆ ไม่กล้าออกไปที่สาธารณะด้วยซ้ำ ถ้าเราไม่อยากเผลอทำให้ผู้อื่นรู้สึกแย่ เราเริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมที่เราคุ้นชินให้ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น การเปลี่ยนคำทักทายจากเดิมที่เคยทักทายผู้อื่นด้วยประโยคเชิง Body shaming ให้เป็นประโยคทักทายธรรมดาทั่วไป เปลี่ยนจากการเล่นมุขตลกเกี่ยวกับร่างกายผู้อื่นเป็นการเล่นมุขตลกในเรื่องอีก เปลี่ยนจากการล้อเลียนความบกพร่องในหน้าตา ผิวพรรณ รูปร่างของผู้อื่นเป็นชื่นชม เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นนี้นอกจากจะส่งผลดีต่อผู้อื่นแล้วยังส่งผลดีต่อตัวเราด้วย เพราะนั่นจะทำให้เราดูเป็นสุภาพขึ้น เป็นคนที่รู้จักคิดถึงจิตใจผู้อื่น รู้จักคิดก่อนพูด เคยได้ยินประโยคที่ว่า “การที่เราพูดถึงคนอื่นไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนแบบไหน แต่นั่นจะแสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนแบบไหน” ถ้าเช่นนั้นแล้วหากเราพูดถึงผู้อื่นในแง่ที่ไม่ได้แสดงว่าผู้อื่นเป็นคนไม่ดี แต่นั่นแสดงให้เห็นได้ว่าเราเองต่างหากที่เป้นคนไม่ดี ถ้าเราไม่อยากเป็นคนที่ดูไม่ดี เราก็ไม่ควรจะทำอะไรที่จะส่งผลให้เราเป็นคนไม่ดี 

เราทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมกับความบกพร่องไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง แต่เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาความบกพร่องของผู้อื่นมาพูดเพื่อกลบความบกพร่องของตัวเอง หรือพูดเพื่อให้เป็นเรื่องตลกขบขัน การจะสร้างความตลกไม่จำเป็นต้องล้อเลียน เหยียดหยาม ดูถูกรูปร่าง หน้าตา รูปลักษณ์ สีผิวของผู้อื่นเลย รวมถึงการพูดเพื่อติเตียนผู้อื่นด้วย พูดเพื่ออยากให้ผู้อื่นปรับปรุงตัว ดูแลตัวเอง เพราะหากเราหวังดีกับผู้อื่นจริงๆ เราไม่จำเป็นจะต้องพูดในเชิง Body shaming ก็ได้ แค่มีคำแนะนำหรือคำพูดที่สุภาพก็ย่อมมีเสน่ห์และน่าฟังมากกว่าแล้ว

 

สนับสนุนโดย  ufabet

มีชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ชีวิตที่ดีมีคุณภาพนั้นสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองและสามารถช่วยแบ่งปันให้คนรอบข้างด้วย คำว่าชีวิตดีมีคุณภาพไม่ใช่ชีวิตที่เพอร์เฟ็คแต่เป็นชีวิตที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความพอดีและทำให้เรามีความสุขในทุกๆวันซึ่งชีวิตที่มีคุณภาพนั้นโดยส่วนใหญ่จะขึ้นขึ้นจากตัวเองก่อนหรืออาจจะเกิดขึ้นได้จาคนรอบข้างก็อตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลเมื่อเรามีชีวิตอย่างมีคุณภาพแล้วนั้น

เราสามารถแบ่งปันเรื่องราวในการดพเนินชีวิตของเราได้ ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้คนในสังคมนั้นมีการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนเองด้วย เพราะเมื่อคนในสังคมหรือคนรอบข้างได้สัมผัสและรับรู้ได้ว่าชีวิตมีคุณภาพนั้นเป็นอย่างไรและมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไรพวกเขาก็จะเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามได้

การมีความสุขทางใจและทางด้านร่ากาย สิ่งที่สำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีคือการมีความสุขทางใจ คือการมีจิตใจที่ผ่อนคลายไม่รู้สึกเป็นทุกข์ไม่มีสิ่งไหนมาทำให้เรานั้นต้องรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ซึ่งความสุขทางใจนั้นก็สามารถทำได้โดยการปล่อยวางได้ถ้าหากเราผล่อวางในสิ่งต่างๆได้นั่นก็จะถือว่าเรานั้นจะสามารถเกิดความสุขทางใจได้แล้วนั่นเอง และที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือความสุขทางด้านร่างกาย เพราะถ้าหากเรามีร่างกายที่ดีแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เจ็บไม่ป่วยนั่นก็หมายถึงว่าเรานั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้วนั่นเอง

ความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง มีความสัมพันธ์อันดี ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่น เมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้างเราจะมีมิตรภาพลัสามารถแบ่งปันความสุขและสิ่งอื่นๆให้กันได้ด้วยถือเป็นสิ่งที่เป็นคุณภาพชีวิติย่างหนึ่งดังนั้นการสร้างมิตรและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไวนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรทำและปฏิบัติ

การทำกิจกรรมลการหากิจกรรมทำร่วมกับผู้อื่นบ้าง เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากการมีสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้างนั้นเอง เพราะการทำกิจกรรมก็จะช่วยเป็นการกระชับความสัมพันธ์อีกทางหนึ่งด้วย ทำให้เรารู้จักคนรอบข้างมากขึ้นและเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันได้ เพื่อเป็นสิ่งที่จะสามารถนำไปต่อยอดในการดำเนินชีวิตได้อีกด้วย

มีการพัฒนาตนเองทั้งด้านความรู้ บุคลิกภาพและสิ่งที่ตัวเองยังบกพร่องอยู่เสมอ คุณภาพชีวิตที่ดีนั้นอบ่างที่บอกว่าไม่ใช่ความเฟอเพ็คแต่เป็นการเมื่อรู้ว่าตัวเองบกพร่องหรือผิดพลาดในสิ่งใดจะต้องมีการพัฒนาและแก้ไขอยู่เสมอเพื่อให้ตัวเรานั้นสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีต่อคนรอบข้างรวมทั้งการเอาชนะตัวเองเพื่อฝึกตัวเอง ถ้าหากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรที่จะทำให้ชีวิตนั้นมีคุณภาพอาจจเริ่มต้นจากการมองโลกในแง่ดีก่อนก็เป็นสิ่งที่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัครสมาชิก

นับวันคนไทยยิ่งอ่านหนังสือน้อยลง

เราจะสังเกตได้ว่าในปัจจุบันอัตราการอ่านหนังสือของเด็กไทยหรือของคนไทยนั้นมีอัตราการอ่านที่ลดน้อยลงมากจากเมื่อก่อน ซึ่งจะมีความแตกต่างจากคนต่างประเทศหรือคนประเทศอื่นๆ ลองสังเกตได้เลยว่าถ้าหากคุณนั้นได้ไปเที่ยยวที่ไหนสักแห่งที่เป็นประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทยโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปนั้นจะเห็นได้เลยว่าคนต่างชาติพวกเขายังคงอ่านหนังสือกันแทบกันจะทุกคน

และเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างมา เพราะพวกเขายังคงมีการพัฒนาตัวเองและสามารถช่วยพัฒนาประเทศชาติอยู่เสมอเพราะการอ่านหนังสือนั้นเป็นการหาความรู้ใหม่ๆหรือการทำความเข้าใจให้มากขึ้นในความรู้ที่มีอยู่นั่นเอง

ซึ่งเราก็อาจจะไม่ได้เหมารวมหรืเอาคนไทยนั้นไปเปรียบเทียบกับชาวต่างชาติทั้งหมด แต่สามารถพบได้ว่าการอ่านหนังสือของคนไทยนั้นมีอัตรที่น้อยมากเลยทีเดียว ซึ่งก็อาจจะสังเกตได้เลยว่าถ้าหากเรานั้นไปใช้บริการรถขนส่งสาธราณะหรือการไปในที่สาธารณะต่างๆก็จะเห็นได้เลยว่าคนไทยนั้นจะไม่ได้อ่านนังสือกันโดยส่วนใหญ่

ซึ่งจริงๆแล้วนั้นการที่เด็กหรือคนไทยนั้นไม่นิยมในการอ่านหนังสือซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะโทษคนเหล่านั้นได้ ซึ่งเรื่องลักษณะนี้นั้นเป็นเรื่องของคนที่มีอำนาจ รัฐบาล เศรษฐกิจหรือเงินนั้นมันไปอยู่ตรงที่ไหน ยกตัวอย่างเช่นในต่างประเทศแถบยุโรปนั้นมักจะมีอนุสาวรีย์ที่เป็นอนุสาวรีย์

เพื่อเชิ่ดชูนักเขียนและก็มีสถานีรถไฟในยุโรปหลายแห่งที่มีการยกย้องนักเขียนอย่างยิ่งใหญ่ด้วยโดยจะตั้งชื่อต่างๆนั้นตามชื่อนักเขียนเลยนั่นเอง และภายในสถานที่หรือสถานีรถไฟนั้นก็มีการเชิดชูนักเขียนด้วยเพ้นส์ประดับไปด้วยสิ่งที่ปกบอกถึงตัวนักเขียนคนนั้นด้วย และที่พิเศษมากๆก็คือการสร้างสรรค์โดยการนำรูปในหนีงสือที่คนครนั้นเขียนนั้นเป็นฉากๆมาเพ้นส์ในจุดต่างๆของสถานีรถไฟด้วยนั่นเอง

ความยิ่งใหญ่ในการยกย่องนักเขียนยังไม่จบเพียงสถานีรถไฟเพียงเท่านั้นแต่ยังคงมีทั้งพิพิธพันธ์และสถานที่อื่นๆที่มีการกลาวถึงนักเขียนชื่อดังต่างๆด้วย ทำให้คนภายนอกนั้นเข้าไปดูและศึกษาประวัติของนักเขียนชื่อดังต่างๆ และนั่นถือเป็นการส่งเสริมทางด้านการอ่านอย่างหนึ่งของฝั่งยุโรปด้วยนั่นเอง

เพราะเมื่อเราได้ไปยังสถานที่ที่มีการเชิดชูนักเขียนทั้งการแสดงเรื่องราวที่นักเขียนคนนั้นส่อออกมาผ่านรูปภพข้อความ ทำให้คนที่ภ่พเห็นนั้นสนใจและอยากที่จะอ่านหนังสือที่นักเขียนคนนั้นเป็นคนแต่งนั่นเอง และนี่เป็นการสนับสนุทางด้านการอ่านของฝั่งยุโรป ซึ่งในประเทศไทยนั้นถือว่ามีนักเขียนเก่งๆจำนวนมากมาย ถ้าหากมีการทำเดียวกันนี้เชื่อว่าการอ่านหนังสือของคนไทยจะมีอัตราที่เพิ่มม่กขึ้นอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet บนมือถือ

ความแตกต่างในเรื่องศาสนา

ศาสนาเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องมีติดตัวมาตั้งแต่เกิดซึ่งมาจากพ่อแม่และศาสนาเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนได้ ถ้าหากต้องการจะเปลี่ยนแต่ในการเปลี่ยนศาสนานั้นจะต้องมีความศรัทธาในศาสนานั้นๆก่อนถึงจะสามารถเปลี่ยนได้ เพราะถ้าหากเรานั้นไม่มีความศรัทธามนศาสนานั้นๆเราเปลี่ยนไปก็ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตแต่อย่างใด

ดังนั้นแล้วศาสนานั้นเป็นสิ่งที่ใช้สำหรับยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ ซึ่งศาสนาแต่ละศาสนานั้นก็มีหลักธรรมคำสอนที่แตกต่างกันไปแต่ในทุกศาสนานั้นมักจะสอนให้เราเป็นคนดี ประพฤติดี เพื่อสิ่งที่ดีจะได้เข้าในในชีวิตขิงเรานั่นเอง ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อเราทำดีประพฤติดีเราจึงได้ผลตอบแทนดีดีในชีวิตนั่นเองซึ่งความแตกต่างของสาสนาก็มีอยู่หลายๆเรื่องด้วยกัน

การปฎิบัติตนตามศาสนา ในแต่ละศาสนานั้นจะมีการปฏิบัติตนที่แตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นการศึกษาธรรมของศาสนาแต่ละศาสนานั้นจะต้องใช้สถานที่ใดในการศึกษาธรรมเป็นหลัก เช่นศาสนาพุทธก็จะเน้นการเข้าวัดเป็นส่วนใหญ่ เพื่อทำบุญและประกอบพิธีการต่างๆทางศาสนา ส่วนศาสนาคริสต์ก็จะมีการไปทำกิจกรรมหรือพิธีกรรมต่างๆที่โบสถ์นั่นเองส่วนศาสนาอิสรามก็จะทำพิธีการทางศาสนาต่างๆที่สเหล่าหรือมัสยิดเป็นต้น ซึ่งการทำพิธีการแต่ละศาสนาก็แตกต่างกันไปตามหลักธรรมคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าด้วยนั่นเอง

การยึดถือหลักธรรมคำสอน แต่ละศาสนาก็มีหลักธรรมคำสอนที่มีความแตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่ก็จะให้คนเรานั้นยึดมั่นในความดีเป็นหลักและใช้ชีวิตในทางที่ถูกที่ต้องและยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนในพระเจ้าและพระผู้เป็นเจ้าเสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้วนั่นเอง ทำให้คนส่วนใหญ่มักจะซึมซับในเรื่องนี้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะศานาอิสลามถือว่าเป็นศานาที่มีความเคร่งในเรื่องหลักธรรมคำสอนอย่างมากและผู้ที่นับถือศาสนานี้นั้นก็มีการปฏิบัติหลักธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกัน

การแต่งกาย การแต่งกายก็เป็นความแตกต่างที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเช่นกัน โดยเฉพาะในศาสนาอิสลามถือว่าการแต่งกายนั้นจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่างมากในคนที่นับถือศาสนานี้โดยส่วนใหญ่ผู้ชายก็จะต้องมีการใส่หมวกและผู้หญิงก็จะสวมใส่ฮิญาบหรือผ้าที่มีการปิดช่วงศีรษะและเห็นแค่หน้าเพียงเท่านั้น

ซึ่งคนในศาสนาอิสลามนั้นจะมีการแต่งกายตามศาสนาอย่างเคร่งครัดที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่ศาสนาอื่นๆนั้นอย่างเช่นศาสนาพุทธและศาสนาคริสในเรื่องการแต่งกายของคนทั่วไปก็ไม่ได้มีสิ่งที่ระบุไว้ในคัมภีร์หรือหลักธรรมคำสอนว่าจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายอย่างไรแต่น่าจะเป็นการอต่งกายที่เหมาะสมและสุภาพก็เพียงพอแล้ว

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัครยังไง

การทำงานอย่างมีความสุข

ในช่วงชีวิตการทำงานของหลายๆคนนั้นบอกเลยว่าช่างเป็นช่วงชีวิตที่ไม่มีความสุขเอาสะเลย เพราะการทำงานนั้นนอกจากเราจะต้องเหนื่อยหน่ายกับงานที่ทำเป็นประจำอยู่ทุกๆวันบางครั้งเราก็จะต้องเหนื่อยหน่ายกับคนที่ต้องพบเจอในทุกวันด้วยเช่นกัน ทำให้การทำงานนั้นเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นและทำให้เรารู้สึกไม่มีความสุขในการทำงานนั่นเอง ดังนั้นแล้วถ้าหากเราลองทำสิ่งเหล่านี้ดูนั้นอาจจะสามารถช่วยลดความเบื่อหน่ายในการทำงานและสามารถสร้างความสุขในที่ทำงานได้ด้วย

เริ่มต้นจากการเลิกคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องต่างๆ ในการทำงานนั้นแน่นอนว่ามักจะเกิดปัญหาในการทำงานเป็นเรื่องที่ปกติ ดังนั้นแล้วเราไม่ควรที่จะเก็บเรื่องราวต่างๆในที่ทำงานมาคิดมาก เราเพียงแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดให้คนอื่นไม่สามารถมาว่าหรือตำหนิเราได้ก็เพียงพอแล้ว เมื่อเสร็จจากที่ทำงานหรือเลิกงานเราก็ไม่ต้องเก็บเรื่องราวที่ทำงานมาคิดต่อเมื่อหลังเลิกงานด้วยนั่นเอง เพราะการคิดเป็นการคิดที่วนไวนมาก็จะทำให้เรานั้นไม่มีความสุขและคิดทุกเช้าว่าวันนี้เราจะต้องไปทำงานอีกแล้วใช่ไหมนั่นเอง

อย่าต่อว่าองค์กรไปในทางที่ไม่ดี  การที่เราได้ทำงานในองค์กรนี้ได้นั้นเราต้องคิดอยู่เสมอว่าคนในองค์เป็นผู้ที่ให้โอกาสเราในการได้ทำงานและองค์ที่เราอยู่นั้นก็ได้ให้ประสบการณ์และความรู้ต่างๆแก่เรา ดังนั้นแล้วไม่ว่าภายในองค์กรจะดีหรือไม่ดีสำหรับเรานั้นเป็นสิ่งที่เราควรคิดไว้ในใจก็พอและไม่ควรเอาเรื่องที่เราคิดว่าไมดีนั้นไปบอกต่อยังคนนอกองค์กร เพราะการกระทำเช่นนี้นั้นเป็นเหมือนว่าเรากำลังทรยศองค์กรที่ให้งานและประสบการเรานั่นเอง

บางครั้งการเลือกงานที่รักเป็นเรื่องที่ดีก็จริงแต่การจะทำงานได้อย่างมีความสุขได้นั้นควรเลือกงานที่ทำ เพราะเราจะได้รู้หน้าที่ทำเองและไม่ทำงานแค่เพียงเพราะว่าอยากจะทำ การเลือกทำแต่งานที่ตัวเองอยากทำนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นไม่มีความสุขในที่ทำงานนั่นเอง แน่นอนว่าการทำงานเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้นแล้วคิดเพียงว่างานที่เราทำนั้นเป็นงานที่ต้องทำและเป็นหน้าที่ของเราและเราจะต้องทำมันออกมาให้ได้อย่างดีที่สุดด้วย

ไม่พูดถึงคนรอบข้างหรือเพื่อนร่วมงานในทางเสื่มอเสีย ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานในทางที่เสื่อสี เป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นไม่มีความสุขในที่ทำงานเพราะถ้าหากมีการรับรู้ว่าเรานั้นพูดถึงคนคนนั้นในทางที่ไม่ดีแน่นอนว่าจะเกิดปัญหามนที่ทำงานอย่างแน่นอนและทำให้เราไม่มีความสุขที่จะทำงานนั่นเอง ดังนั้นแล้วถ้าหากสามารถเลิกทำสิ่งเหล่านี้ได้ เชื่อว่าเราจะพบกับความสุขในที่ทำงานอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    สมัครเอเย่นต์ ufabet

ปัญหาที่มากับในช่วงในหน้าฝน

หลายๆคนอาจจะชื่นชอบความเย็นสบายในช่วงของหน้าฝน แต่ก็มีกลุ่มของคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบหน้าฝนเพราะว่าการที่เราไม่มีรถยนต์ที่จะไปไหนเสี่ยงต่อการที่จะทำให้เปียกได้และการที่เราโดนฝนทุกวันนั้น ก็เสี่ยปัญหาที่จะต้องเกิดขึ้นสำหรับสาวๆให้เราลองมาสังเกตกันว่าในช่วงของหน้าฝนนั้นจะเกิดปัญหาอะไรกับผิวพรรณและบนใบหน้าของเราบ้างโดยที่เราควรจะระวังเอาไว้ในช่วงหน้าฝนนั่นเอง

        หน้าเป็นสิว หน้าฝนทำให้เราเปียกชื้นแล้ว ก่อนที่ฝนจะตกนั้นอากาศก็จะรู้สึกอบอ้าวร้อน จนทำให้หน้าของเรารู้สึกมีความมันและเกิดเป็นสิวที่อุดตันหรือว่าเป็นคนได้ง่ายนั่นเองและยิ่งถ้าออกไปโดนฝนใช่แล้ว ใบหน้าของเราก็มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะกลายเป็นสิวตามช่วงไรของผมหรือว่าบริเวณจุดที่โดนน้ำฝนและใครที่เป็นสิวได้ง่ายก็เสี่ยงที่จะเกิดสิว     

วิธีแก้คือถ้าเรารู้สึกว่าอากาศร้อนอบอ้าวให้เราใช้กระดาษซับมันโดยซับหน้าของเราไปบ่อยๆเพื่อไม่ให้เกิดมีความวันที่ติดอยู่ที่หน้าของเราเพื่อเป็นการชำระความมันและสิ่งอุดตันให้หลุดออกไปนั่นเองจะได้ไม่มีสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนใบหน้าของเราเป็นเวลานานและเมื่อเราโดนฝนให้เรารีบล้างหน้าของเราให้สะอาดโดยเป็นการใช้โทนเนอร์หรือล้างหน้าให้สะอาดและเราลองหันมาใช้ผงวิเศษโดยเป็นการที่ทาหน้าทิ้งเอาไว้จะทำให้เรารู้สึกได้ว่าสิวที่เกิดขึ้นในขณะที่เราโดนฝนนั้นจะยุบลงได้อย่างเร็วและไว

          หน้าเยิ้มทำให้เราแต่งหน้าไม่ติด โดยที่สาวๆคิดว่าการที่จะทำให้หน้าของเรามันยืมได้นั้นคือมีอากาศที่ร้อนเพียงอย่างเดียวซึ่งมันไม่ใช่ในวันนี้เราจะบอกว่าหน้าฝนนี่ก็เป็นตัวการที่จะทำให้หน้าของเรามันยืมได้เหมือนกันเพราะว่าในอากาศที่มีฝนตกนั้นและมีความชื้นสูงทำให้แดดไม่ออกแต่ว่าหน้าของเราก็สามารถที่จะมันเยิ้มได้เหมือนกัน

เนื่องจากรูขุมขนของเราเกิดการขยายตัวมากขึ้นนั่นเองทำให้รูขุมขนกว้าง  วิธีแก้ไขนั้นก็คือการที่เราใช้สเปรย์ฉีดเข้าที่ใบหน้าโดยเป็นสเปรย์คืออะไรเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ใบหน้าของเรานั่นเองควรที่จะเลือกใช้เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่เป็นการคุมความมันและกันน้ำเพราะว่าในขณะที่ฝนตกนะก็ยังทำให้เครื่องสำอางของเราไม่อยู่ออกจากใบหน้าของเราได้ง่ายในขณะที่เราลงฝนนั่นเอง

            เป็นผื่นหรือว่าสิวตามตัว ในขณะที่ฝนตกเรามักจะพบว่าผิวของเราอาจจะเกิดเสี่ยงต่อการที่จะเป็นผลพื้นหรือว่าเกิดสิวได้ง่ายตามร่างกายรวมไปถึงแม้กระทั่งแผ่นหลัง และหน้าอก หรือว่าเป็นจุดที่ทำให้เหงื่อออกเขาว่าจะเกิดจากการที่เราแพ้ง่ายวิธีแก้ เมื่อเรารู้เราโดนฝนมาจนเปียกเราควรที่จะอาบน้ำเพื่อจะชำระร่างกายของเราให้สะอาดและเราควรที่จะเป็นตัวของงั้นเราควรที่จะทาแป้งเพื่อทำให้ผิวของเราไม่เหนียวเหนอะหนะนั่นเองเพราะว่าเวลาพี่เราโดนฝนไม่ทำความสะอาดร่างกายก็อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการที่จะเป็นผดผื่นหรือว่าสิวขึ้นตามร่างกายของเราได้นั่นเอง 

            กลิ่นอับตามร่างกาย ที่มาพร้อมกับหน้าฝนเพราะว่าเวลาที่เราซักเสื้อผ้าแล้วเราซักในขณะที่ฝนตกและช่วงที่ฝนตกก็เป็นช่วงที่ทำให้ไม่มีแดดและการที่เราสั่งเสื้อผ้าของเราโดยที่ไม่โดนแดดนั้นก็เสี่ยงต่อการที่จะทำให้เสื้อผ้าของเราเหม็นอับและเสี่ยงต่อการที่จะเป็นเชื้อราได้ง่ายเพราะว่ามากับหน้าฝนเป็นอากาศที่ทำให้เชื้อโรคชอบ

และเจริญเติบโตได้ไวเพราะว่าการที่เสื้อผ้าของเราไม่ได้โดนแดดเลยนั่นเองเป็นการที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อจากแสงแดดก็อาจจะทำให้เสื้อผ้าของเรามีกลิ่นอับรวมไปถึงอาการคันตามร่างกาย และก็จะทำให้เราเป็นกลากเกลื้อนได้ง่าย  วิธีแก้ก็คือการที่เราอาบน้ำไม่บ่อยทำความสะอาดร่างกายไม่ให้อับชื้น รวมถึงกลิ่นอับกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเองโดยที่เราอาจจะใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างเช่นแป้งคารามายทาบรรเทาไม่ให้เกิดอาการคันนั้นเอง

 

 

สนับสนุนโดย    เล่นบาคาร่ายังไงให้ได้เงิน

การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ

การออกกำลังกายส่วนข้อมือก็จะบริหารเช่นเดียวกัน กระดกขึ้น ลง และหมุนไปมา การบริหารที่กล่าวมาสามารถทำได้บ่อยๆ ทั้งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้สูงอายุที่จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้มีความสดชื่นในตัวเอง

การบริหารร่างกาย อย่างการยกแขน หากทำได้เองก็ควรทำ แต่หากไม่สามารถทำได้ กึควรมีคนช่วย ไม่ควรฝืนทำเอง ทั้งนี้ผู้ช่วยควรช่วยแค่เพียงประคับประครอง พยายามให้ผู้สูงอายุต้องออกแรงเองด้วยตนเอง และนอกจาก แขน ขา บ่า ไหล่ การบริหารส่วนขาก็มีความสำคัญ อย่างเช่น หากอยู่ในท่านอน

หรือก่อนที่จะลุกขึ้นจากที่นอน ควรบริหารโดยการยกขาขึ้นทีละข้าง ยกงอหรือยกขึ้น หรือใช้ท่าปั่นจักรยานกลางอากาศก็ได้ นอกจากนี้ นิ้วเท้า ข้อเท้า บริหารด้วยการหมุนไปมา หรือเกร็งนิ้ว งอเข้าและกางออก ซึ่งการเกร็งเป็นเหมือนการหดกล้ามเนื้อ ส่วนการกางออกเป็นการคลายกล้ามเนื้อจะยืดเหยียดทำให้มีความแข็งแรง ส่งผลต่อการเดินของผู้สูงอายุ ทรงตัวได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ก็มีท่าฤาษีดัดตนอีกหลายท่า โดยสามารถเลือกท่าที่ฝึกทำตามได้และพยายามบริหารร่างกายให้หลากหลายอิริยาบถ ไม่บริหารพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ว อย่างเช่นท่าที่จะช่วย ลดคลายอาการปวดหลัง สามารถทำได้โดยประสานมือไว้ที่ส่วนอก บิดมือหงายชูขึ้นและวาดแขนลงมาจากนั้น กำมือกดนวดลงมาบริเวณเอวและค่อยๆกดเข้ามา ก็จะช่วยลดคลายอาการปวดหลัง และไม่ใช่แค่หลัง แต่ยังช่วยยืดคลายกล้ามเนื้อแขน บ่า ไหล่ ข้อมือ ซึ่งได้จากการชูขึ้นและวาดลง

ส่วนอาการปวดเมื่อยตึงบริเวณน่อง หากอยู่ในท่านั่งหรือนอน สามารถบริหารด้วยการเกร็งกระดกข้อเท้าขึ้น ลง ซึ่งก็จะช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุก็จะดีขึ้น นอกจากนี้บางอิริยาบถ พฤติกรรมที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันของหนุ่มสาววัยทำงาน ก็ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ อย่างเช่น การนั่งทำงานนานๆ โดยไม่ขยับ เปลี่ยนแปลงอิริยาบถก็มีส่วนทำให้เกิดการปวดเมื่อย ตึงคอ บ่าไหล่ได้ 

อย่างไรก็ตามการดูแลสุขภาพเตรียมความพร้อมไว้แต่เนิ่นๆทั้งออกกำลังกายและกิน พัผ่อนให้เพียงพอดีที่สุด

 

ขอบคุณ  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100   ที่ให้การสนับสนุน