สังคมในปัจจุบัน

ความก้าวหน้าการพัฒนาคนในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไวมาก บางคนก็อาจจะล้าหลัง เพราะไม่ได้อัพเดทสถานะการณ์ต่างๆ เนื่องจากในสังคมปัจจุบัน มีการพัฒนาอยู่สม่ำเสมอๆ เรื่อยๆ 

Body shaming

“อ้วนขึ้นป่ะเนี่ย”

“ทำไมขาใหญ่เหมือนโต๊ะสนุ๊กเลย”

“ผอมเป็นไม้เสียบผีแล้ว”

“หน้ามีแต่รอยสิว”

ประโยคเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราพบเจอกันเป็นอย่างมากในสังคมไทย และมีการใช้กันในวงกว้างทั้งที่ประโยคเหล่านี้ไม่ใช้ประโยคทักทายด้วยซ้ำ แต่ในสังคมไทยกลับใช้ประโยคเหล่านี้เป็นประโยคทักทายผู้อื่น ฟังดูเหมือนปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำทั้งสิ้น เพราะประโยคเหล่านี้เข้าข่ายเป็น Body shaming

แล้ว Body shaming คืออะไร?

Body shaming คือ การวิจารณ์ ดูถูกรูปร่าง หน้าตา สีผิว รูปลักษณ์ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียน การเปรียบเทียบ จนอาจจะทำให้ผู้อื่นเกิดความอับอาย ส่งผลกระทบถึงจิตใจและทำให้ผู้อื่นเสียความมั่นใจ บางครั้งอาจถึงขั้นทำให้ผู้อื่นรู้สึกบั่นทอนความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเองลงไปด้วย การพูดเชิงลักษณะนี้แม้จะเป็นเพียงการล้อเล่น แต่ก็ไม่ต่างจากการล้อปมด้อย การประณามความบกพร่องหรือเหยียดหยามร่างกายของผู้อื่น เพราะมีแต่จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกแย่ รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง และที่สำคัญอาจทำให้เกิดเป็นความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจฝังอยู่ในหัวของผู้อื่นได้ 

เราทุกคนต่างรู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนต่างมีความบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น แต่เราไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องเอาความบกพร่องของผู้อื่นมาล้อเลียน หรือเอาสิ่งเหล่านี้มาทำให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันโดยเอาประโยคเชิง Body shaming มาทักทายผู้อื่น แล้วยิ่งเป็นการทักทายในที่สาธารณะ ต่อหน้าผู้คนเยอะๆ ยิ่งไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง

มิฉะนั้นแล้วจะทำให้ผู้ถูกกระทำเกิดความอับอายหนักขึ้นไปอีก บางคนถึงขั้นกลัวการไปเจอผู้คนเยอะๆ ไม่กล้าออกไปที่สาธารณะด้วยซ้ำ ถ้าเราไม่อยากเผลอทำให้ผู้อื่นรู้สึกแย่ เราเริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมที่เราคุ้นชินให้ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น การเปลี่ยนคำทักทายจากเดิมที่เคยทักทายผู้อื่นด้วยประโยคเชิง Body shaming ให้เป็นประโยคทักทายธรรมดาทั่วไป เปลี่ยนจากการเล่นมุขตลกเกี่ยวกับร่างกายผู้อื่นเป็นการเล่นมุขตลกในเรื่องอีก เปลี่ยนจากการล้อเลียนความบกพร่องในหน้าตา ผิวพรรณ รูปร่างของผู้อื่นเป็นชื่นชม เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นนี้นอกจากจะส่งผลดีต่อผู้อื่นแล้วยังส่งผลดีต่อตัวเราด้วย เพราะนั่นจะทำให้เราดูเป็นสุภาพขึ้น เป็นคนที่รู้จักคิดถึงจิตใจผู้อื่น รู้จักคิดก่อนพูด เคยได้ยินประโยคที่ว่า “การที่เราพูดถึงคนอื่นไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนแบบไหน แต่นั่นจะแสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนแบบไหน” ถ้าเช่นนั้นแล้วหากเราพูดถึงผู้อื่นในแง่ที่ไม่ได้แสดงว่าผู้อื่นเป็นคนไม่ดี แต่นั่นแสดงให้เห็นได้ว่าเราเองต่างหากที่เป้นคนไม่ดี ถ้าเราไม่อยากเป็นคนที่ดูไม่ดี เราก็ไม่ควรจะทำอะไรที่จะส่งผลให้เราเป็นคนไม่ดี 

เราทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมกับความบกพร่องไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง แต่เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาความบกพร่องของผู้อื่นมาพูดเพื่อกลบความบกพร่องของตัวเอง หรือพูดเพื่อให้เป็นเรื่องตลกขบขัน การจะสร้างความตลกไม่จำเป็นต้องล้อเลียน เหยียดหยาม ดูถูกรูปร่าง หน้าตา รูปลักษณ์ สีผิวของผู้อื่นเลย รวมถึงการพูดเพื่อติเตียนผู้อื่นด้วย พูดเพื่ออยากให้ผู้อื่นปรับปรุงตัว ดูแลตัวเอง เพราะหากเราหวังดีกับผู้อื่นจริงๆ เราไม่จำเป็นจะต้องพูดในเชิง Body shaming ก็ได้ แค่มีคำแนะนำหรือคำพูดที่สุภาพก็ย่อมมีเสน่ห์และน่าฟังมากกว่าแล้ว

 

สนับสนุนโดย  ufabet

มีชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ชีวิตที่ดีมีคุณภาพนั้นสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองและสามารถช่วยแบ่งปันให้คนรอบข้างด้วย คำว่าชีวิตดีมีคุณภาพไม่ใช่ชีวิตที่เพอร์เฟ็คแต่เป็นชีวิตที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความพอดีและทำให้เรามีความสุขในทุกๆวันซึ่งชีวิตที่มีคุณภาพนั้นโดยส่วนใหญ่จะขึ้นขึ้นจากตัวเองก่อนหรืออาจจะเกิดขึ้นได้จาคนรอบข้างก็อตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลเมื่อเรามีชีวิตอย่างมีคุณภาพแล้วนั้น

เราสามารถแบ่งปันเรื่องราวในการดพเนินชีวิตของเราได้ ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้คนในสังคมนั้นมีการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนเองด้วย เพราะเมื่อคนในสังคมหรือคนรอบข้างได้สัมผัสและรับรู้ได้ว่าชีวิตมีคุณภาพนั้นเป็นอย่างไรและมีแนวทางในการปฏิบัติอย่างไรพวกเขาก็จะเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามได้

การมีความสุขทางใจและทางด้านร่ากาย สิ่งที่สำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีคือการมีความสุขทางใจ คือการมีจิตใจที่ผ่อนคลายไม่รู้สึกเป็นทุกข์ไม่มีสิ่งไหนมาทำให้เรานั้นต้องรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ซึ่งความสุขทางใจนั้นก็สามารถทำได้โดยการปล่อยวางได้ถ้าหากเราผล่อวางในสิ่งต่างๆได้นั่นก็จะถือว่าเรานั้นจะสามารถเกิดความสุขทางใจได้แล้วนั่นเอง และที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือความสุขทางด้านร่างกาย เพราะถ้าหากเรามีร่างกายที่ดีแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เจ็บไม่ป่วยนั่นก็หมายถึงว่าเรานั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้วนั่นเอง

ความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง มีความสัมพันธ์อันดี ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่น เมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้างเราจะมีมิตรภาพลัสามารถแบ่งปันความสุขและสิ่งอื่นๆให้กันได้ด้วยถือเป็นสิ่งที่เป็นคุณภาพชีวิติย่างหนึ่งดังนั้นการสร้างมิตรและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไวนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรทำและปฏิบัติ

การทำกิจกรรมลการหากิจกรรมทำร่วมกับผู้อื่นบ้าง เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากการมีสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้างนั้นเอง เพราะการทำกิจกรรมก็จะช่วยเป็นการกระชับความสัมพันธ์อีกทางหนึ่งด้วย ทำให้เรารู้จักคนรอบข้างมากขึ้นและเราสามารถถ่ายทอดเรื่องราวสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันได้ เพื่อเป็นสิ่งที่จะสามารถนำไปต่อยอดในการดำเนินชีวิตได้อีกด้วย

มีการพัฒนาตนเองทั้งด้านความรู้ บุคลิกภาพและสิ่งที่ตัวเองยังบกพร่องอยู่เสมอ คุณภาพชีวิตที่ดีนั้นอบ่างที่บอกว่าไม่ใช่ความเฟอเพ็คแต่เป็นการเมื่อรู้ว่าตัวเองบกพร่องหรือผิดพลาดในสิ่งใดจะต้องมีการพัฒนาและแก้ไขอยู่เสมอเพื่อให้ตัวเรานั้นสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีต่อคนรอบข้างรวมทั้งการเอาชนะตัวเองเพื่อฝึกตัวเอง ถ้าหากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรที่จะทำให้ชีวิตนั้นมีคุณภาพอาจจเริ่มต้นจากการมองโลกในแง่ดีก่อนก็เป็นสิ่งที่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัครสมาชิก

นับวันคนไทยยิ่งอ่านหนังสือน้อยลง

เราจะสังเกตได้ว่าในปัจจุบันอัตราการอ่านหนังสือของเด็กไทยหรือของคนไทยนั้นมีอัตราการอ่านที่ลดน้อยลงมากจากเมื่อก่อน ซึ่งจะมีความแตกต่างจากคนต่างประเทศหรือคนประเทศอื่นๆ ลองสังเกตได้เลยว่าถ้าหากคุณนั้นได้ไปเที่ยยวที่ไหนสักแห่งที่เป็นประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศไทยโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปนั้นจะเห็นได้เลยว่าคนต่างชาติพวกเขายังคงอ่านหนังสือกันแทบกันจะทุกคน

และเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างมา เพราะพวกเขายังคงมีการพัฒนาตัวเองและสามารถช่วยพัฒนาประเทศชาติอยู่เสมอเพราะการอ่านหนังสือนั้นเป็นการหาความรู้ใหม่ๆหรือการทำความเข้าใจให้มากขึ้นในความรู้ที่มีอยู่นั่นเอง

ซึ่งเราก็อาจจะไม่ได้เหมารวมหรืเอาคนไทยนั้นไปเปรียบเทียบกับชาวต่างชาติทั้งหมด แต่สามารถพบได้ว่าการอ่านหนังสือของคนไทยนั้นมีอัตรที่น้อยมากเลยทีเดียว ซึ่งก็อาจจะสังเกตได้เลยว่าถ้าหากเรานั้นไปใช้บริการรถขนส่งสาธราณะหรือการไปในที่สาธารณะต่างๆก็จะเห็นได้เลยว่าคนไทยนั้นจะไม่ได้อ่านนังสือกันโดยส่วนใหญ่

ซึ่งจริงๆแล้วนั้นการที่เด็กหรือคนไทยนั้นไม่นิยมในการอ่านหนังสือซึ่งเรานั้นไม่สามารถที่จะโทษคนเหล่านั้นได้ ซึ่งเรื่องลักษณะนี้นั้นเป็นเรื่องของคนที่มีอำนาจ รัฐบาล เศรษฐกิจหรือเงินนั้นมันไปอยู่ตรงที่ไหน ยกตัวอย่างเช่นในต่างประเทศแถบยุโรปนั้นมักจะมีอนุสาวรีย์ที่เป็นอนุสาวรีย์

เพื่อเชิ่ดชูนักเขียนและก็มีสถานีรถไฟในยุโรปหลายแห่งที่มีการยกย้องนักเขียนอย่างยิ่งใหญ่ด้วยโดยจะตั้งชื่อต่างๆนั้นตามชื่อนักเขียนเลยนั่นเอง และภายในสถานที่หรือสถานีรถไฟนั้นก็มีการเชิดชูนักเขียนด้วยเพ้นส์ประดับไปด้วยสิ่งที่ปกบอกถึงตัวนักเขียนคนนั้นด้วย และที่พิเศษมากๆก็คือการสร้างสรรค์โดยการนำรูปในหนีงสือที่คนครนั้นเขียนนั้นเป็นฉากๆมาเพ้นส์ในจุดต่างๆของสถานีรถไฟด้วยนั่นเอง

ความยิ่งใหญ่ในการยกย่องนักเขียนยังไม่จบเพียงสถานีรถไฟเพียงเท่านั้นแต่ยังคงมีทั้งพิพิธพันธ์และสถานที่อื่นๆที่มีการกลาวถึงนักเขียนชื่อดังต่างๆด้วย ทำให้คนภายนอกนั้นเข้าไปดูและศึกษาประวัติของนักเขียนชื่อดังต่างๆ และนั่นถือเป็นการส่งเสริมทางด้านการอ่านอย่างหนึ่งของฝั่งยุโรปด้วยนั่นเอง

เพราะเมื่อเราได้ไปยังสถานที่ที่มีการเชิดชูนักเขียนทั้งการแสดงเรื่องราวที่นักเขียนคนนั้นส่อออกมาผ่านรูปภพข้อความ ทำให้คนที่ภ่พเห็นนั้นสนใจและอยากที่จะอ่านหนังสือที่นักเขียนคนนั้นเป็นคนแต่งนั่นเอง และนี่เป็นการสนับสนุทางด้านการอ่านของฝั่งยุโรป ซึ่งในประเทศไทยนั้นถือว่ามีนักเขียนเก่งๆจำนวนมากมาย ถ้าหากมีการทำเดียวกันนี้เชื่อว่าการอ่านหนังสือของคนไทยจะมีอัตราที่เพิ่มม่กขึ้นอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet บนมือถือ

ความแตกต่างในเรื่องศาสนา

ศาสนาเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องมีติดตัวมาตั้งแต่เกิดซึ่งมาจากพ่อแม่และศาสนาเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนได้ ถ้าหากต้องการจะเปลี่ยนแต่ในการเปลี่ยนศาสนานั้นจะต้องมีความศรัทธาในศาสนานั้นๆก่อนถึงจะสามารถเปลี่ยนได้ เพราะถ้าหากเรานั้นไม่มีความศรัทธามนศาสนานั้นๆเราเปลี่ยนไปก็ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตแต่อย่างใด

ดังนั้นแล้วศาสนานั้นเป็นสิ่งที่ใช้สำหรับยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ ซึ่งศาสนาแต่ละศาสนานั้นก็มีหลักธรรมคำสอนที่แตกต่างกันไปแต่ในทุกศาสนานั้นมักจะสอนให้เราเป็นคนดี ประพฤติดี เพื่อสิ่งที่ดีจะได้เข้าในในชีวิตขิงเรานั่นเอง ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อเราทำดีประพฤติดีเราจึงได้ผลตอบแทนดีดีในชีวิตนั่นเองซึ่งความแตกต่างของสาสนาก็มีอยู่หลายๆเรื่องด้วยกัน

การปฎิบัติตนตามศาสนา ในแต่ละศาสนานั้นจะมีการปฏิบัติตนที่แตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นการศึกษาธรรมของศาสนาแต่ละศาสนานั้นจะต้องใช้สถานที่ใดในการศึกษาธรรมเป็นหลัก เช่นศาสนาพุทธก็จะเน้นการเข้าวัดเป็นส่วนใหญ่ เพื่อทำบุญและประกอบพิธีการต่างๆทางศาสนา ส่วนศาสนาคริสต์ก็จะมีการไปทำกิจกรรมหรือพิธีกรรมต่างๆที่โบสถ์นั่นเองส่วนศาสนาอิสรามก็จะทำพิธีการทางศาสนาต่างๆที่สเหล่าหรือมัสยิดเป็นต้น ซึ่งการทำพิธีการแต่ละศาสนาก็แตกต่างกันไปตามหลักธรรมคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าด้วยนั่นเอง

การยึดถือหลักธรรมคำสอน แต่ละศาสนาก็มีหลักธรรมคำสอนที่มีความแตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่ก็จะให้คนเรานั้นยึดมั่นในความดีเป็นหลักและใช้ชีวิตในทางที่ถูกที่ต้องและยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนในพระเจ้าและพระผู้เป็นเจ้าเสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้วนั่นเอง ทำให้คนส่วนใหญ่มักจะซึมซับในเรื่องนี้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะศานาอิสลามถือว่าเป็นศานาที่มีความเคร่งในเรื่องหลักธรรมคำสอนอย่างมากและผู้ที่นับถือศาสนานี้นั้นก็มีการปฏิบัติหลักธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกัน

การแต่งกาย การแต่งกายก็เป็นความแตกต่างที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเช่นกัน โดยเฉพาะในศาสนาอิสลามถือว่าการแต่งกายนั้นจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่างมากในคนที่นับถือศาสนานี้โดยส่วนใหญ่ผู้ชายก็จะต้องมีการใส่หมวกและผู้หญิงก็จะสวมใส่ฮิญาบหรือผ้าที่มีการปิดช่วงศีรษะและเห็นแค่หน้าเพียงเท่านั้น

ซึ่งคนในศาสนาอิสลามนั้นจะมีการแต่งกายตามศาสนาอย่างเคร่งครัดที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่ศาสนาอื่นๆนั้นอย่างเช่นศาสนาพุทธและศาสนาคริสในเรื่องการแต่งกายของคนทั่วไปก็ไม่ได้มีสิ่งที่ระบุไว้ในคัมภีร์หรือหลักธรรมคำสอนว่าจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายอย่างไรแต่น่าจะเป็นการอต่งกายที่เหมาะสมและสุภาพก็เพียงพอแล้ว

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัครยังไง

การทำงานอย่างมีความสุข

ในช่วงชีวิตการทำงานของหลายๆคนนั้นบอกเลยว่าช่างเป็นช่วงชีวิตที่ไม่มีความสุขเอาสะเลย เพราะการทำงานนั้นนอกจากเราจะต้องเหนื่อยหน่ายกับงานที่ทำเป็นประจำอยู่ทุกๆวันบางครั้งเราก็จะต้องเหนื่อยหน่ายกับคนที่ต้องพบเจอในทุกวันด้วยเช่นกัน ทำให้การทำงานนั้นเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นและทำให้เรารู้สึกไม่มีความสุขในการทำงานนั่นเอง ดังนั้นแล้วถ้าหากเราลองทำสิ่งเหล่านี้ดูนั้นอาจจะสามารถช่วยลดความเบื่อหน่ายในการทำงานและสามารถสร้างความสุขในที่ทำงานได้ด้วย

เริ่มต้นจากการเลิกคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องต่างๆ ในการทำงานนั้นแน่นอนว่ามักจะเกิดปัญหาในการทำงานเป็นเรื่องที่ปกติ ดังนั้นแล้วเราไม่ควรที่จะเก็บเรื่องราวต่างๆในที่ทำงานมาคิดมาก เราเพียงแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดให้คนอื่นไม่สามารถมาว่าหรือตำหนิเราได้ก็เพียงพอแล้ว เมื่อเสร็จจากที่ทำงานหรือเลิกงานเราก็ไม่ต้องเก็บเรื่องราวที่ทำงานมาคิดต่อเมื่อหลังเลิกงานด้วยนั่นเอง เพราะการคิดเป็นการคิดที่วนไวนมาก็จะทำให้เรานั้นไม่มีความสุขและคิดทุกเช้าว่าวันนี้เราจะต้องไปทำงานอีกแล้วใช่ไหมนั่นเอง

อย่าต่อว่าองค์กรไปในทางที่ไม่ดี  การที่เราได้ทำงานในองค์กรนี้ได้นั้นเราต้องคิดอยู่เสมอว่าคนในองค์เป็นผู้ที่ให้โอกาสเราในการได้ทำงานและองค์ที่เราอยู่นั้นก็ได้ให้ประสบการณ์และความรู้ต่างๆแก่เรา ดังนั้นแล้วไม่ว่าภายในองค์กรจะดีหรือไม่ดีสำหรับเรานั้นเป็นสิ่งที่เราควรคิดไว้ในใจก็พอและไม่ควรเอาเรื่องที่เราคิดว่าไมดีนั้นไปบอกต่อยังคนนอกองค์กร เพราะการกระทำเช่นนี้นั้นเป็นเหมือนว่าเรากำลังทรยศองค์กรที่ให้งานและประสบการเรานั่นเอง

บางครั้งการเลือกงานที่รักเป็นเรื่องที่ดีก็จริงแต่การจะทำงานได้อย่างมีความสุขได้นั้นควรเลือกงานที่ทำ เพราะเราจะได้รู้หน้าที่ทำเองและไม่ทำงานแค่เพียงเพราะว่าอยากจะทำ การเลือกทำแต่งานที่ตัวเองอยากทำนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นไม่มีความสุขในที่ทำงานนั่นเอง แน่นอนว่าการทำงานเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้นแล้วคิดเพียงว่างานที่เราทำนั้นเป็นงานที่ต้องทำและเป็นหน้าที่ของเราและเราจะต้องทำมันออกมาให้ได้อย่างดีที่สุดด้วย

ไม่พูดถึงคนรอบข้างหรือเพื่อนร่วมงานในทางเสื่มอเสีย ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานในทางที่เสื่อสี เป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นไม่มีความสุขในที่ทำงานเพราะถ้าหากมีการรับรู้ว่าเรานั้นพูดถึงคนคนนั้นในทางที่ไม่ดีแน่นอนว่าจะเกิดปัญหามนที่ทำงานอย่างแน่นอนและทำให้เราไม่มีความสุขที่จะทำงานนั่นเอง ดังนั้นแล้วถ้าหากสามารถเลิกทำสิ่งเหล่านี้ได้ เชื่อว่าเราจะพบกับความสุขในที่ทำงานอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    สมัครเอเย่นต์ ufabet

ชุมชนเข้มแข็ง

ชุมชนเป็นสังคมขนาดกลางที่มีผู้คนอาศัยอยู่ในจำนวนที่มากนักสามารถควบคุมและดูแลได้อย่างทั่วถึง โดยคนในชุมชนนั้นจะแบ่งออกเป็นครัวเรือนโดยส่วนใหญ่และชุมชนก็จะต้องมีการจัดกิจจกรรมร่วมกันระหว่างคนชุมชนอย๔เสมอ ทำให้ไม่เป็นสิ่งที่แปลกถ้าหากคนในชุมชนจะรู้จักและมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแต่ในบางครั้งการที่คนในชุมชนไม่รู้จักกัน อาจจะเกิดการย้ายเข้ามาจากภายนอกชุมชนนั่นเอง

ดังนั้นแล้วการดูแลชุมชนให้ดีและแข็งแรงนั้นคือการที่คนในชุมชนควรที่จะคุ้นเคยรู้จักกันดี เพราะสิ่งเหล่านี้นั้นมักจะเป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยให้ชุมชนสามารถเจริญเติบโตและมีการพัฒนาไปในทางที่ดีและเป็นรากฐานของชุมชนที่เข้มแข็งด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ถ้าหากเรานั้นมการร่วมมืออย่างดีกันอยู่เมอ ชุมชนก็สามารถที่จะเป็นชุมชนที่ดีเข้มแข็งและสามารถเป็นชุมชนแบบอย่างได้เลยด้วย การสร้างความเข้มแข็งให้เกิดกับคนในชุมชนและเกิดขึ้นกับชุมชนสามรถทำได้โดย

การสร้างความรู้แก่คนในชุมชน เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะความรู้จะทำให้คนในชุมชนสามารถช้หลัการและเหตุผลประกอบในการทำสิ่งต่างๆได้ ความรู้จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นชุมชนที่เข้มแข็งเพราะคนในชุมชนมีความรู้ก็จะไม่มีใครสามารถที่มาหลอกคนในชุมชนได้ นอกจากนี้แล้วความรู้ที่มีการสร้างให้แก่คนในชุมชนก็สามารถที่จะนำไปต่อยอดในอนาคต ทั้งเรื่องการพัฒนาชุมชนและการนความรู้ที่มีไปใช้ในการพัฒนตัวเองด้วย

อาชีพที่เข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ การมีอาชีพหรือมีการมีงานทำของคนในชุมชนหรืออย่างน้อย1ครัวเรือนจะต้องมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ในการดูแลครอบครัวของตัวเองได้อย่างน้อย1 คน เพื่อให้ความเป็นอยู่ของคนในครัวเรือนนั้นสามารถที่จะดำเนินชีวิตด้วยความสะดวกไม่ขัดสนทั้งนด้านการเงินและความเป็นอยูของชีวิต ดังนั้นแล้วถ้าหากคนในชุมชนไม่มีอาชีพ

และไม่สามารถที่จะพึ่งพาตนเองได้ ก็หมายความว่าชุมชนนั้นเป็นชุมชนที่ไม่เข็มแข็งเพราะการที่ชุมชนจะเข้มแข็งได้ในคนในชุมชนจะต้องสามารถพึงพตนเอง เพื่อเป็นสิ่งที่จำให้เกิดการพึ่งพาจากคนอื่นๆด้วย การสร้างอาชีพให้แก่คนในชุมชนจึงเป็นสิ่งหลักๆที่ควรมีการพัฒนาและส่งเสริมพื่อให้สภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสร้าเกราะป้องกันให้ชุมชนเข้มแข็ง

หน่วยงานภาครัฐและการเข้ามาดูและเพื่อส่งเสริมพัฒนา การขาดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือดูแลนั้น จะไม่สามารถทำให้ชุมชมดังกล่าวเป็นชุมชนที่เข้มแข็งได้เลย เพราะไม่มีการบริหารจัดการเป็นแผนการจากหน่วยงานรัฐบาลและไม่มีสื่งที่ช่วยการสนับสนุนในด้านต่างๆ หน่อยงานต่างๆจึงเป็นสิ่งที่ควรเข้ามาดูละคนในชุมชนอย่างดีด้วย

ความคิดเห็นจากคนในชุมชน เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาเอให้เป็ชุมชนที่เข้มแข็งเพราะการแสดงความคิดเห็นเพื่อให้รู้ถึงความต้องการของคนในชุมชนและนำสิ่งเหล่านั้นไปปรับปรุงให้เกิดการพัฒนาเพ่อให้ชุมชนเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย